Saturday, 24 August 2019

ดูแลทุกห้องในบ้านกันอย่างไรไม่ให้รก

29 Jan 2018
360

งานเก็บกวาดข้าวของเครื่องใช้ในบ้านในห้องแต่ละห้องคืองานใหญ่ น่าหนักอกหนักใจ มั่นใจเหลือเกินว่าไม่มีแม่บ้านคนไหนปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง (ยกเว้นคนที่ไม่ได้ทำความสะอาดบ้านด้วยตัวเอง)

ทางที่ดีที่สุดคือการโฟกัสไปที่การเลือกเก็บกวาดไปทีละห้อง ทีละพื้นที่ หรือทีละโซนในห้องนั้น ๆ ไม่จำเป็นเลยว่าจะต้องสรรหาอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือแสนอัศจรรย์มาช่วยจัดการห้องต่าง ๆ ของคุณให้เป็นระเบียบแต่อย่างใด เพียงใช้หลักพื้นฐานที่อยากจะนำเสนอ คือ การใช้เทคนิคตะกร้าหรือกล่อง 5 ใบ

 

  • ใบแรก สำหรับเก็บของเข้าที่ ไว้สำหรับสิ่งของต่าง ๆ ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่จัดเก็บของมัน อย่างเช่น เสื้อกันหนาวในห้องครัว ถ้วยกาแฟในห้องน้ำ เป็นต้น
  • ใบที่สอง สำหรับนำกลับไปรีไซเคิล จะต้องวัตถุที่สามารนำไปรีไซเคิลกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระดาษ ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก ขวดแก้ว เป็นต้น
  • ใบที่สาม สำหรับสิ่งของที่จะต้องนำไปซ่อมบำรุง เพื่อการใช้งานที่ดีกว่าเดิม จะเป็นของที่ต้องนำไปซัก ทำความสะอาด เย็บ ปะ แก้ไขได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่
  • ใบที่สี่ สำหรับของที่แน่ใจแล้วว่าไม่สามารถจะใช้ประโยชน์ใด ๆ ได้อีกต่อไปแล้ว ก็เก็บรวบรวมทิ้งลงถังขยะไปได้เลย
  • ใบที่ห้า สำหรับสิ่งของที่จะนำไปบริจาคให้กับผู้อื่นหรือองค์กรการกุศล โดยเป็นของที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว แต่ยังคงมีประโยชน์สำหรับผู้อื่น อาจจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า หนังสือ หรือของเล่นเด็กที่ลูกของเราหมดวัยที่จะเล่นแล้ว

ทั้งนี้จะต้องจัดเตรียมกล่องทั้ง 5 ใบนี้ไว้ให้เรียบร้อยก่อนที่จะลงมือจัดการกับข้าวของในแต่ละห้อง โดยอาจจะวางกล่องทั้งหมดไว้ในห้องที่กำลังเก็บกวาดหรืออาจจะวางไว้ตรงพื้นที่ส่วนกลางของบ้านก็ได้

ต่อไปนี้เรามาดูกันว่าในแต่ละห้องเราจะทำการจัดเก็บข้าวของกันอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละห้องแต่ละพื้นที่ก็ต้องมีวิธีการจัดเก็บที่แตกต่างกัน มีสิ่งของ อุปกรณ์เครื่องใช้ ที่ต้องจัดเก็บแตกต่างกันไป ตามแต่เงื่อนไขการใช้งานห้องแต่ละห้องในบ้านของเรา ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

 

ห้องน้ำ

เริ่มต้นด้วยการจัดการกับชั้นวางผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำความสะอาดหรือบำรุงผิวพรรณ หยิบชิ้นที่หมดอายุ ไม่ใช้นานแล้วออกจากชั้น แล้วจัดวางผลิตภัณฑ์ที่ยังใช้อยู่ไว้ที่เดิม โดยเลือกวางชิ้นที่ใช่บ่อยที่สุดไว้ใกล้สายตาเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้

หลังจากนั้นมาดูในลิ้นชักว่ามีอะไรที่ยังใช้อยู่เป็นประจำหรือมีอะไรที่หมดอายุไปแล้วบ้าง หากยังใช้อยู่ก็เก็บเข้าที่เดิมในลิ้นชัก ชิ้นไหนใช้บ่อยที่สุดก็เลือกวางไว้ในลิ้นชักชั้นบนสุด แต่หากมีชิ้นไหนที่หมดอายุ ใช้การไม่ได้แล้วก็โยนทิ้งไปเลย

เช่นเดียวกับบริเวณอื่นในห้องน้ำที่มีสิ่งของ อุปกรณ์ต่าง ๆ วางระเกะระกะวางอยู่ตามพื้นหรืออ่างอาบน้ำ นำมาจัดวางยังบริเวณที่เราจัดเตรียมไว้เพื่อเก็บข้าวของในห้องน้ำ

 

 

 

 

ห้องนอน

เริ่มต้นด้วยการจัดการเตียงนอนก่อน เก็บสิ่งของที่ไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับการนอนที่วางอยู่บนเตียงออกให้เรียบร้อย จะทิ้งลงถังขยะหรือเก็บเข้าที่ เช่น หนังสือที่อ่านแล้ววางไว้บนเตียง กระดาษ ปากกา แว่นตา หรือแม้กระทั่งเครื่องชาร์ตแบตเตอรี่โทรศัพท์

สำหรับบ้านที่มีตู้เสื้อผ้าอยู่ในห้องนอน ก็ควรจัดการแขวนหรือพับใส่ตู้ให้เรียบร้อย ตรวจตราสภาพของเสื้อผ้าที่มีดูว่าชิ้นไหนที่ควรเก็บหรือชิ้นไหนที่ไม่อยู่ในสภาพที่จะสวมใส่ได้ก็ให้นำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น หรือหากไม่ต้องการใส่อีกต่อไปก็ใส่กล่องหรือถุงเพื่อนำไปบริจาค ที่เหลือก็พับเก็บให้เรียบร้อย

และหากวางโต๊ะเครื่องแป้งไว้ในห้องนอนก็ให้จัดการอุปกรณ์ต่าง  ๆ ให้เรียบร้อย เป็นระเบียบ สะดวกต่อการใช้งาน อย่าวางทุกอย่างไว้ในลิ้นชัก หากมีเครื่องสำอางใดที่ไม่ใช้นานเกินกว่า  6 เดือนก็ควรทิ้งลงถังขยะไปเลย

 

 

ห้องแต่งตัวหรือตู้เสื้อผ้า

คราวนี้มาถึงรายละเอียดในการจัดห้องแต่งตัว(สำหรับบางบ้านที่มีห้องแต่งตัว)หรือตู้เสื้อผ้าให้เป็นระเบียบเรียบร้อย วิธีที่ง่ายที่สุดคือเริ่มจากจัดตามประเภทของเครื่องแต่งกาย อาจเริ่มต้นจากรองเท้า ถุงเท้า เสื้อ กางเกง เป็นต้น จัดไปทีละประเภท แล้วพิจารณาเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแต่ละชิ้นเรายังคงต้องการที่จะใส่ต่อไปอีกหรือไม่ จะเก็บไว้ จะทิ้ง หรือจะบริจาค

เครื่องแต่งกายใดที่วางไม่เข้าที่ ก็จัดวางให้เข้าที่เสีย มีเสื้อผ้าชิ้นไหนที่ควรต้องเอาไปซัก ก็จัดใส่ตะกร้ารอซัก หรือหากพบว่ามีเครื่องแต่งกายชิ้นไหนที่เริ่มชำรุด ก็ให้แยกไว้เพื่อนำไปซ่อมแซมต่อไป และหากต้องการที่จะนำเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้วไปให้กับญาติพี่น้อง หรือบริจาคตามองค์กรการกุศลต่าง ๆ ที่มีความต้องการ อาจด้วยเหตุผลว่าขนาดของเสื้อผ้าที่ไม่พอดีตัว เช่น เล็กไป หรือใหญ่ไป เนื่องจากขนาดของร่างกายเรามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ก็สามารถทำได้ เพื่อลดปริมาณเสื้อผ้าไม่ให้มีมากจนล้นตู้หรือบริเวณจัดเก็บ

 

 

 

ห้องโถงและพื้นที่ถัดจากประตูเข้าบ้าน

แม้ว่าบ้านของเราอาจจะไม่ได้มีห้องโถงใหญ่โตแต่แน่นอนว่าต้องมีพื้นที่สำหรับทางเดินเข้ามาในบ้านถัดจากประตูบ้าน ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลพื้นที่ส่วนนี้ในบ้านให้มีประโยชน์คือจัดเก็บข้าวของที่ต้องใช้ในบริเวณนี้ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เป็นประจำ ทั้งโต๊ะ หิ้ง ลิ้นชักที่มีอยู่ในบริเวณนั้น พิจารณาดูข้าวของที่จะใช้งานต่อแล้วจัดเก็บเข้าที่หรือเลือกที่จะทิ้งลงถังขยะ เลือกวางให้สามารถเข้าถึงง่าย ไม่วางจนแน่นมากเกินไปจนยากที่จะหยิบใช้งาน อีกทั้งยังช่วยให้ทางเดินออกไปยังประตูโล่งไม่มีข้าวของเครื่องใช้มากีดขวาง

 

 

 

ห้องครัว

การจะรักษาห้องครัวให้คงสภาพความเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เสมอถือเป็นงานที่ท้าทายมากสำหรับคุณแม่บ้าน เรามักจะใช้เวลาไปเป็นอย่างมากกับภาระงานต่าง ๆ ในครัว ทั้งทำอาหาร ทานอาหาร พบปะพูดคุยกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว ห้องครัวเป็นห้องที่ต้องจัดเก็บอุปกรณ์มากมายหลายประเภทสำหรับงานครัว โดยเราสามารถเลือกจัดเก็บห้องครัวได้โดยการโฟกัสไปที่อุปกรณ์ทีละประเภท เช่น อุปกรณ์สำหรับหั่น ตัด เครื่องแก้ว จาน ชาม ช้อน หม้อ กระทะ อุปกรณ์สำหรับอบ เป็นต้น หรือจะเลือกจัดไปทีละโซนก็ได้

ขั้นแรกต้องเริ่มจากการทำให้พื้นที่แต่ละส่วนในห้องครัวโล่งที่สุด ไม่มีสิ่งของอุปกรณ์เครื่องใช้มาวางเรียงรายไปทั่วพื้นที่ ประเมินดูว่าสิ่งของเครื่องใช้เหล่านั้นควรจะนำไปจัดเก็บตรงบริเวณไหน แล้วนำไปเก็บให้เข้าที่ จะเป็นตู้กับข้าว ตู้แขวนด้านบน ตู้ด้านล่าง ลิ้นชักหรือพื้นที่ใต้อ่างล้างจาน จากนั้นก็โฟกัสไปที่พื้นที่บนเคาน์เตอร์ พยายามที่จะนำเอาอุปกรณ์เครื่องใช้ออกจากพื้นที่บนเคาน์เตอร์ให้ได้มากที่สุด แล้วนำไปเก็บยังบริเวณที่จัดไว้สำหรับอุปกรณ์แต่ละประเภท เหลือไว้เฉพาะอุปกรณ์ที่เราจำเป็นต้องใช้เป็นประจำทุกวันเท่านั้น

นอกจากนี้ก็ต้องนำเอาข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานครัว ไปเก็บยังบริเวณส่วนอื่นในบ้านที่เหมาะสม

 

 

ห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่นเป็นอีกห้องหนึ่งที่ยากในการรักษาความเป็นระเบียบเรียบให้ได้ในทุกวัน เนื่องจากเป็นห้องที่สมาชิกในครอบครัวมักจะใช้งานกันมากที่สุดอีกห้องหนึ่ง แต่เรามักไม่นิยมจะมีที่สำหรับไว้เก็บของกันมากนักในห้องนี้ อาจมีเพียง โต๊ะหรือหิ้งสำหรับวางโทรทัศน์ หรือชั้นวางหนังสือ ที่ไม่ได้มีพื้นที่สำหรับจัดเก็บอะไรได้มากเท่าไรนัก ดังนั้นวิธีการคือเราต้องตัดสินใจเลือกพื้นที่สำหรับจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องนั่งเล่น อย่าง รีโมทโทรทัศน์ นิตยสาร หรือหนังสืออ่านเล่น โดยจะต้องหมั่นจัดเก็บให้เรียบร้อยอยู่เสมอ

เริ่มที่ชั้นวางหนังสือ หิ้งวางโทรทัศน์ โต๊ะ โดยทำให้บริเวณเหล่านี้โล่งให้มากที่สุด ไม่วางของเต็มพื้นที่จนดูรกตา สิ่งของอื่น ๆ ที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยก็ควรนำไปเก็บในพื้นที่สำหรับจัดเก็บแต่ละประเภท ในส่วนของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ก็ควรเก็บเอาของที่ไม่เกี่ยวกับโทรทัศน์หรือโฮมเธียร์เตอร์ออกไป ตรวจตราดูว่าเราต้องใช้หรือเปล่า ยังใช้งานได้ดีไหม เก็บที่ชาร์ตแบตเตอรี่ แกดเจท หรืออุปกรณ์สำหรับเล่นเกมส์ไว้ในที่ที่เราหยิบมาใช้งานได้สะดวก

 

ท้ายที่สุดคือ สำหรับบ้านที่มีเด็ก แน่นอนว่าต้องมีสิ่งของประเภทของเล่นให้ต้องจัดเก็บกันในทุก ๆ วัน ก็พิจารณาว่าลูกเรายังเล่นของเล่นชิ้นนั้นอยู่ไหม ของเล่นแต่ละชิ้นยังอยู่ในสภาพที่ยังนำมาเล่นได้ดี หรือชำรุดเสียหาย และลูกเรายังคงต้องการที่จะเล่นอยู่ไหม แล้วจึงนำมาจัดเก็บยังบริเวณพื้นที่ที่เตรียมไว้ นำไปรีไซเคิลใหม่ หรือหากไม่เหลือสภาพที่จะเล่นได้อีกต่อไป ก็นำไปทิ้งลงถังขยะได้เลย

 

 

ข้อมูลจาก

https://www.thespruce.com/decluttering-your-entire-home-2648002


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

View My Stats