CHILDREN » ทำอย่างไรให้ลูกชอบทำการบ้าน

ทำอย่างไรให้ลูกชอบทำการบ้าน

16 March 2018
98   0

 

ทำการบ้านเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่พ่อแม่มักจะต้องปวดหัว เป็นหน้าที่ที่เด็ก ๆ มักจะไม่ชอบ เพราะคิดว่าพวกเขาต้องใช้เวลาไปเป็นชั่วโมง ๆ กับการต้องมานั่งทำการบ้านให้เสร็จ แน่นอนว่าโดยธรรมชาติแล้วเด็กก็ชอบที่จะเล่นสนุกมากกว่าทำการบ้านอยู่แล้ว  อีกทั้งยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่คอยแย่งชิงสมาธิของพวกเขาไป ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ วิดีโอเกมส์ โทรศัพท์ หรืออินเทอร์เนต ในสายตาของพวกเขาแล้วเห็นว่ามีอะไรอีกหลายอย่างที่น่าสนใจกว่าการบ้าน

สำหรับพวกเขาแล้วความสนุกไม่ใช่การบังคับให้ใช้สมองไปกับการแก้โจทย์เลขหรือฝึกสะกดคำ ในฐานะที่เป็นพ่อแม่ย่อมมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมอุปนิสัยที่ดีในการเรียนและรับผิดชอบทำการบ้าน และต่างมุ่งหวังให้ลูกมีอุปนิสัยรักการเรียนและขยันทำการบ้าน ซึ่งหากใช้วิธีลงโทษ ดุด่า จู้จี้เพื่อให้เขาทำการบ้าน อาจจะไม่ใช่วิธีที่ใช้ได้ผลในระยะยาว และยังเป็นวิธีที่จะก่อให้เกิดการต่อต้านจากพวกเขาได้

 

วิธีต่อไปนี้จะช่วยสร้างกิจวัตรในการทำการบ้านและส่งเสริมให้ทำการบ้านเสร็จอย่างน่าพอใจในทุกวัน

 

  1. ทำการบ้านเป็นกิจวัตร

การกำหนดให้การทำการบ้านเป็นกิจวัตรประจำวัน ให้ทันส่งตามกำหนดเป็นสิ่งจำเป็น เด็ก ๆ จะได้ประโยชน์ในการทำการบ้านเสร็จ และมักจะทำเสร็จได้โดยง่าย หากว่าเขาจำเป็นต้องทำแบบเป็นกิจวัตร

ถ้าเป็นไปได้เราต้องเซตเวลาสำหรับทำการบ้านให้ลูกไว้ตั้งแต่เริ่มเปิดเทอมเลย ให้เขาทำในเวลานั้นจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน เพียงไม่กี่สัปดาห์ เขาก็จะรู้สึกคุ้นเคยจนกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมประจำตัวของเขา และเมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะทำการบ้านของตัวเองได้โดยไม่ต้องบังคับ

การมีกิจวัตรในการทำการบ้านที่ดีสะท้อนสไตล์การเรียนรู้ของเด็ก เด็กที่ไม่ค่อยมีสมาธิมักจะทำการบ้านได้ดีเมื่อพวกเขาใช้เวลาในวิชาหนึ่งมากกว่า 15 นาที และเปลี่ยนไปทำวิชาอื่นอีก 15 นาที แล้วกลับมาที่วิชาก่อนหน้า ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลมากกว่าการบังคับให้เขาทำการบ้านในวิชาเดียวอย่างต่อเนื่อง

ในทางตรงกันข้าม เด็กบางคนทำการบ้านได้ดีกว่าเมื่อได้ทำการบ้านประมาณชั่วโมงครึ่ง จากนั้นก็พักเป็นเวลาสั้น ๆ เพื่อทานขนมหรือเล่นสักเล็กน้อย แล้วค่อยกลับไปทำการบ้านต่อให้เสร็จ จะเห็นว่าเด็กแต่ละคนก็มีการเรียนรู้ สมาธิ แตกต่างกันไป ซึ่งเราจะใช้วิธีแบบเดียวกันไม่ได้ เราต้องทำความรู้จัก ทำความเข้าในรูปแบบการเรียนรู้ของเขา เนื่องจากความต้องการส่วนตัวของเด็กเป็นเรื่องสำคัญ พ่อแม่ต้องค้นหาว่ากิจวัตรในการทำการบ้านแบบไหนที่เหมาะสมหรือใช้ได้ผลดีที่สุดกับลูกของเรา พยายามพูดคุย ถามความต้องการของเขาว่าอยากทำการบ้านตอนไหนอย่างไร อาจจะลองนำหลาย  ๆ วิธีมาใช้กับลูกดู แล้วค่อยสังเกตดูผลลัพท์ เปรียบเทียบออกมาว่าลูกเราทำการบ้านได้ดีด้วยวิธีใด

 

  1. เลือกหาพื้นที่ทำการบ้าน

ตำแหน่งพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการทำการบ้านก็ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของเขาเช่นเดียวกัน เด็กบางคนชอบทำการบ้านให้ห้องที่มีความเงียบ นั่งทำการบ้านแล้วมีสมาธิดี แต่เด็กหลายคนก็อาจถูกรบกวนจากสิ่งของหรือของเล่นที่วางอยู่ภายในห้องดึงดูดความสนใจออกไป ดังนั้นสำคัญคือต้องเลือกบริเวณที่น่าจะมีสิ่งรบกวนน้อยกว่า อย่างเช่น ในห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นห้องที่ทำให้เด็กบางคนก็อาจจะชอบนอนกางเขนกางขาบนพื้นห้องนั่งเล่นในขณะทำการบ้าน เป็นต้น

ดังนั้นควรเริ่มจากถามลูกดูว่าบริเวณใดของบ้านที่เขารู้สึกผ่อนคลายหรือมีสมาธิเหมาะกับการทำการบ้านให้เสร็จมากที่สุด โดยหลักการแล้วเราควรจะเลือกบริเวณที่มีความเงียบสงบ สะอาด ปราศจากสิ่งรบกวน เพื่อให้เด็ก  ๆ มีสมาธิ นอกจากนี้แล้วพื้นที่สำหรับทำการบ้านก็ควรจะต้องสะดวกสบายและน่าดึงดูดใจให้นั่งอยู่ได้นาน  ๆ หากว่าเป็นบริเวณมักจะมีเสียงดัง ก็อาจจะต้องมีการใช้หูฟังมาช่วย ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจเลือกตำแหน่งพื้นที่สำหรับทำการบ้านนั้น ก็ควรจะต้องมีกาพิจารณาเปรียบเทียบความเหมาะสม ข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละที่กันก่อน และต้องให้ได้คำตอบที่ทั้งเราและลูกต่างก็พอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย

 

  1. ทำเป็นศูนย์รวมทำการบ้าน

หลังจากได้พื้นที่ที่จะช่วยให้ทำการบ้านเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้พื้นที่ตรงนั้นกลายเป็นศูนย์กลางสำหรับทำการบ้าน มีขนาดเพียงพอสำหรับรองรับอุปกรณ์เครื่องใช้ เครื่องเขียนจำเป็นสำหรับการทำการบ้านหรืองานที่ครูมอบหมาย

นอกจากนี้สำหรับบ้านที่มีลูกในวัยที่โต อาจจำเป็นต้องมีพื้นที่เตรียมไว้สำหรับจัดวางเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานอีกด้วย รวมถึงมีการแขวนบูลเลตินบอร์ดไว้บริเวณฝาผนังสำหรับจดตารางการเรียน งานที่ต้องส่งประจำเดือนหรือภาคเรียนนั้น ๆ ด้วยก็ได้

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือการเปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดเห็น ออกแบบ แชร์ไอเดีย ความคิดสร้างสรรค์ในการปรับปรุงพื้นที่ทำการบ้านของเขาด้วยตัวเอง เพื่อที่จะช่วยให้เขารู้สึกตื่นเต้นหรือมีความอยากทำการบ้านให้เสร็จในพื้นที่ที่เขาได้เลือกเองมากยิ่งขึ้น พยายามอย่าให้มีข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่จำเป็นมาวางที่บริเวณนี้มากจนทำให้ดูรก รวมถึงข้าวของ อุปกรณ์บางอย่างที่เป็นตัวการขโมยสมาธิในการทำงานของเขา ไม่ว่าจะเป็น วิดีโอเกมส์ โทรศัพท์ หรือสิ่งรบกวนอื่น ๆ มาวางไว้ เป็นการฝึกให้เขามีสมาธิจดจ่อ ไม่วอกแวก โดยต้องให้ทำการบ้านเสร็จเรียบร้อยก่อนหรือเมื่อถึงเวลาพักเบรกถึงจะมีโอกาสได้หยิบมาเล่นนั่นเอง

 

  1. ให้เลือกว่าจะทำการบ้านเวลาไหน

เป็นเรื่องจำเป็นมากที่เราต้องเลือกเวลาให้ลูกทำการบ้านแบบเฉพาะเจาะจงไปเลยในแต่ละวัน ว่าควรเป็นเวลาใด เพื่อเป็นการสร้างความเคยชินเรื่องตารางเวลาให้กับลูก จนกระทั่งกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเขา เด็กบางคนอาจต้องการที่จะพักผ่อนก่อนสัก 1 หรือ 2 ชั่วโมง ก่อนหลังกลับจากโรงเรียน อาจจะเล่น ทานขนม หรือออกกำลังสักพักก่อน ในขณะที่ก็อาจมีสมาธิหรือทำการบ้านได้เลยทันทีหลังจากกลับมาถึงบ้าน  ดังนั้นจึงต้องมีการปรึกษากับลูกก่อน ถึงช่วงเวลาที่เขาควรจะทำการบ้าน ซึ่งแต่ละช่วงเวลามีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกันไป

โดยทั่วไปแล้ว ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทำการบ้านคือก่อนทานอาหารเย็น แต่การทำการบ้านหลังจากอาหารเย็นก็ถือว่าดีเช่นเดียวกัน เมื่อเขารู้สึกอิ่มและมีพลังงานกลับมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงให้ลูกทำการบ้านในช่วงที่เขารู้สึกเหนื่อยล้า

 

  1. จัดแบ่งช่วงเวลาในการทำ

ก่อนที่จะเริ่มทำการบ้าน พ่อแม่อาจจะไปนั่งข้าง ๆ แล้วช่วยกันวางแผนหรือวาดเป็นตารางสำหรับวันนี้ ว่าต้องทำอะไรบ้าง มีงานต้องทำกี่ชิ้น แล้วมาจัดแบ่งเวลาสำหรับทำการบ้านแต่ละอย่างให้ชัดเจน โดยให้เขาลองประเมินเวลาคร่าว ๆ ที่ต้องใช้ในแต่ละงาน งานไหนต้องการจะทำก่อนหรือหลัง ทบทวนว่าเขาเข้าใจดีแล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงต้องการให้พ่อแม่ช่วยเหลือเขาอย่างไรบ้าง

 

  1. ให้เวลาพักเบรก

การที่เด็กต้องนั่งทำการบ้านอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจอย่างรวดเร็ว จึงควรให้เขาได้ตัดสินใจว่าจะหยุดพักเวลาไหน หรือควรระบุช่วงเวลาสำหรับพักเบรกไว้ในตารางทำการบ้านที่ทำไว้ข้างต้น ซึ่งก็แล้วแต่ความต้องการของเด็กแต่ละคน บางคนต้องการหยุดพักทุก 15 นาทีหรือทุกครึ่งชั่วโมง ในขณะที่บางคนต้องการหยุดพักหลังจากที่ทำการบ้านทีเดียวเลย จากนั้นก็ต้องระบุระยะเวลาที่จะพักเบรกไว้ให้ชัดเจน รวมถึงสิ่งที่เขาต้องการจะทำในช่วงเวลานั้น เช่น ทานขนม ดูโทรทัศน์ หรือเล่นเกมส์ เป็นต้น เมื่อหมดเวลาพักแล้วก็ต้องกลับเข้าสู่โหมดตั้งใจทำการบ้านกันอีกครั้ง

 

  1. ให้เขารู้ความคาดหวังของเราและสร้างข้อตกลงร่วมกัน

เมื่อเราจะกำหนดข้อจำกัดและสร้างกฎให้กับลูกในการทำการบ้าน อย่างเช่น บอกเขาให้รู้ว่าต้องทำการบ้านให้เสร็จในเวลาใด และต้องทำให้เสร็จในเวลานั้นในทุกวัน ยิ่งไปกว่านั้น ต้องบอกให้เขารู้ถึงความคาดหวังที่เรามีต่อเขา แล้วทำให้ความคาดหวังนั้นเป็นสิ่งที่ตัวของเด็กเองก็เห็นพ้องไปด้วยกันกับเราอย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น

อย่างไรก็ตาม เราต้องหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำพูดที่รุนแรงหรือลงโทษเขา หากว่าไม่สามารถทำได้ตามที่ตกลงกันไว้ ทั้งนี้เพราะการพัฒนาอุปนิสัยและพฤติกรรมของเด็กจำเป็นต้องอาศัยเวลาและคำแนะนำที่เหมาะสม แค่ตักเตือนเขาถึงข้อตกลงที่มีร่วมกันก็พอ

 

  1. ทำดีมีรางวัลให้

เมื่อลูกทำการบ้านเสร็จเรียบร้อย สมบูรณ์จนเป็นที่น่าพอใจในแต่ละวันแล้ว ก็ทำเครื่องหมายบันทึกไว้ในตารางทำการบ้าน เป็นการรวบรวมข้อมูลไว้ แล้วเสนอรางวัลให้เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำการบ้านมากยิ่งขึ้น อาจจะเป็น ซื้อของเล่น ซื้อวิดีโอเกมส์ใหม่ให้ในช่วงสิ้นเดือน หรือให้ออกไปเล่นกับเพื่อน ๆ เป็นต้น

 

 

ข้อมูลและภาพประกอบจาก

https://childdevelopmentinfo.com/homework-help/how-to-help-your-child-develop-a-positive-homework-habit/#.WqgDPNV96M8

https://pixabay.com/en/child-kid-writing-homework-letters-2619902/


View My Stats