รอบรู้เรื่องลูก » ทำไมเด็กผู้ชายจึงควรหัดทำงานบ้าน

ทำไมเด็กผู้ชายจึงควรหัดทำงานบ้าน

2 October 2017
65   0

“งานบ้านเป็นงานของผู้หญิง” “เด็ก ๆ ยังไม่จำเป็นต้องทำงานบ้าน” “ควรให้ลูกเอาเวลาไปอ่านหนังสือ เรียนพิเศษมากกว่า” คำพูดที่สะท้อนความคิดของพ่อแม่หลาย ๆ คนเหล่านี้ ทำให้มักละเลยไม่ใส่ใจต่อการปลูกฝังลูกให้รู้จักทำงานบ้านด้วยตัวเอง ภาระหน้าที่ที่เด็ก ๆ สามารถร่วมรับผิดชอบในการทำงานบ้านร่วมกับพ่อแม่จึงมักไม่ค่อยมีการพูดคุย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กผู้ชาย ที่แทบจะไม่ได้รับการปลูกฝัง หรือเห็นความสำคัญให้ต้องรับผิดชอบช่วยเหลืองานบ้านเลย เมื่อเขาเติบโตขึ้นถึงวัยที่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง ที่ต้องช่วยเหลือตัวเอง ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง จะเกิดความลำบากแก่ตนเองในการใช้ชีวิตได้ 

ด้วยเหตุผล 3 ประการต่อไปนี้จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เริ่มหันตระหนักถึงความสำคัญของการเริ่มสอนให้ลูกชายทำงานบ้านด้วยตนเอง

  1. เตรียมพร้อมให้รู้จักพึ่งพาตัวเอง

คงไม่ใช่เรื่องดีแน่หากเราจะให้ลูกชายของเราเมื่อถึงวัยผู้ใหญ่แล้ว ก็ผละจากอกของเราสู่อ้อมกอดของคู่ชีวิตในทันที โดยไม่เคยได้หยิบจับ ทำงานบ้าน ช่วยเหลือตัวเองในการใช้ชีวิต เช่น ซักผ้า รีดผ้า ทำความสะอาดบ้าน ซึ่งเหล่านี้ถือเป็นทักษะที่เขาจำเป็นต้องได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อถึงเวลานั้นแล้วที่เขาจะต้องเข้าครัว ซักผ้าเอง เขาจะรู้สึกจนมุม ทำอะไรไม่ถูก

หากคุณพ่อคุณแม่ยังคงอำนวยความสะดวกให้ลูกชาย โดยเฉพาะในช่วยที่ลูกชายเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว แม่ยังต้องซักผ้า รีดผ้า จัดเก็บที่นอน ทำความสะอาดห้องนอนให้ นั่นก็เท่ากับว่า เรากำลัง “เก็บ” เขาไว้ในบ้านกับเราไปตลอดชีวิต

คุณพ่อคุณแม่จึงควรปลูกฝังให้เขาได้รับผิดชอบงานบ้าน ให้เขารู้ว่านี่คือสิ่งที่เขาเองต้องทำไปตลอดชีวิต ถึงแม้เมื่อลูกเติบโตมีภรรยาแล้ว ก็ใช่ว่าจะหลีกเลี่ยงการทำงานบ้าน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาทั้งหมดได้

2.  สร้างความภาคภูมิใจในตนเอง

เรามักจะเข้าใจกันว่า การสร้างความภาคภูมิใจในตนเองให้แก่เด็ก คือการส่งเสริมให้เขาเป็นเด็กที่มีความสามารถที่โดดเด่น มีบุคลิกภาพที่โดดเด่น ต้องเป็นเด็กที่มีความเป็นเลิศทางการเรียน เป็นต้น แต่แท้ที่จริงแล้วการสร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเองสามารถครอบคลุมถึงบริบทของการใช้ชีวิตประจำวันด้านต่าง ๆ การดูแล ช่วยเหลือตัวเอง การทำสิ่งต่าง  ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น เฉกเช่นเดียวกันกับการทำงานบ้าน ที่เป็นทั้งการทีลูกพึ่งพา ดูแลตัวเองได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถแบ่งเบาภาระงานบ้านของคุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย

ทั้งนี้เราจะเริ่มฝึกฝนพวกเขาได้ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยการมอบหมายให้เขาจัดเตรียม วางช้อน จาน บนโต๊ะอาหาร หรือจัดแยกประเภท จาม ชาม ช้อน ส้อม ที่ล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ไว้ในที่เก็บอย่างถูกต้อง เป็นระเบียบเรียบร้อย พับเสื้อผ้าตัวเอง เก็บเข้าตู้ หรือ ลิ้นชัก หลังจากซักเรียบร้อยแล้ว

เด็กผู้ชายอายุตั้งแต่ 7 ขวบ ก็ควรได้เรียนรู้ที่จะเก็บล้างจานชามและเช็ดโต๊ะเมื่อรับประทานอาหารเสร็จ

เด็กผู้ชายอายุได้ 10 ขวบ อาจเริ่มสอนให้เขาช่วยเตรียมอาหารกับคุณแม่ เช่น ช่วยปอก หั่น แกะ ล้าง วัตถุดิบที่นำมาปรุงอาหาร หรือช่วยงานในครัวบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั้งนี้คุณแม่ต้องให้ความใส่ใจกับความปลอดภัยของลูก เช่น ระวังของมีคม ความร้อนของเตา หม้อ กระทะ ในการหยิบจับ เป็นต้น

3.  เป็นโอกาสที่คุณแม่ได้ใกล้ชิดกับลูกชาย

การสอนให้เด็กผู้ชายทำงานบ้านจะทำให็คุณแม่มีเวลาได้พูดคุยกับลูกชาย โดยในขณะที่กำลังช่วยกันทำงานบ้านอยู่นั้นพูดคุยแลกเปลี่ยนกับลูก ถ่ามไถ่เรื่องราวชีวิตของลูกที่โรงเรียน เพื่อน คุณครู หรือเรื่องเรียน ทั้งนี้คุณแม่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าธรรมชาติของเด็กผู้ชายจะไม่ชอบการพูดคุยแบบเผชิญหน้ากัน พูดคุย สบสายตาแบบที่ผู้หญิงมักทำกันจะทำให้เขารู้สึกขัดเขิน

ดังนั้นหากเราต้องการสร้างความใกล้ชิดกับลูกชาย ให้เขาได้มีโอกาสพูดระบายความรู้สึก นึกคิด ความกังวลใจ แบ่งปันทุกข์ สุข ให้คุณแม่ได้รับรู้ ก็ควรหากิจกรรมทำร่วมกันกับเขา ซึ่งแน่นอนว่าการทำงานบ้านคือหนึ่งในกิจกรรมที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง อย่าคิดว่าการทำงานบ้านจะทำให้ลูกต้องเหน็ดเหนื่อย ลำพังเพียงคุณแม่คนเดียวก็ทำงานบ้านทั้งหมดได้อยู่แล้ว เพราะนั่นเท่ากับเป็นการปล่อยให้โอกาสพิเศษกับลูกชายของคุณหลุดลอยไป

ขอบคุณข้อมูลจาก Raising boys ลูกชายเลี้ยงกันยังไงดี

ภาพประกอบ Pixabay.com



View My Stats