CHILDREN » หลังจากลูกเข้าโรงเรียนแล้ว พ่อแม่ก็ยังต้องช่วยเรื่องการเรียนรู้ของเขา

หลังจากลูกเข้าโรงเรียนแล้ว พ่อแม่ก็ยังต้องช่วยเรื่องการเรียนรู้ของเขา

21 November 2017
148   0

อย่างที่มีคนกล่าวว่าพ่อแม่คือ ครูคนแรกของเด็ก แม้จะส่งไม้ต่อไปให้กับคุณครูที่โรงเรียนแล้วใช่ว่าคุณพ่อคุณแม่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคุณครูเพียงฝ่ายเดียว คุณพ่อคุณแม่ยังจำเป็นต้องคอยช่วยเหลือและส่งเสริมการเรียนรู้ของลูกด้วย พ่อแม่หลายคนที่คิดตัวเองคงไม่มีความรู้ ความชำนาญเพียงพอที่จะสอนลูกของตัวเอง หรือไม่มีทักษะ ไม่รู้เทคนิค วิธีการสอนเด็กในเรื่องของวิชาการ แต่ความจริงแล้วคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นครูได้ เพียงแต่ต้องพยายามทำความเข้าใจกับธรรมชาติการเรียนรู้ของลูกตัวเองว่าเป็นอย่างไร

 

 

 

และต่อไปนี้คือคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ในการเป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยพัฒนาความรู้ ความสามารถให้กับลูก

 

(1) ชวนลูกพูดคุยหรือเล่านิทานให้ลูกฟัง

ลูกจะรู้สึกอบอุ่น เมื่อได้นั่งตัก นอนหนุนตัก หรืออยู่ในอ้อมแขนของพ่อแม่ระหว่างฟังนิทานก่อนนอน เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของสมอง และได้เรียนรู้ภาษา ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจเล่าเรื่องที่มีความหมายสอดแทรกด้วยเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนค่านิยมต่าง ๆ ที่ต้องการปลูกฝังให้กับลูก

(2) สังเกตวิธีการเรียนรู้ของลูก

  • เด็กบางคนชอบนั่งฟังอย่างเดียว แสดงว่าเขาชอบเรียนรู้ด้วยการฟัง
  • เด็กบางคนชอบออกท่าท่างประกอบ หรือทำอะไรต่อเนื่องจากที่เรียนรู้ แสดงว่ามีนิสัยการเรียนรู้แบบลงมือทำ
  • เด็กบางคนชอบดูภาพประกอบ แสดงว่าเป็นคนชอบเรียนรู้ด้วยการดู

การเรียนรู้ด้วยการฟัง ลงมือทำ หรือเห็นตัวอย่าง (การดู) เป็นนิสัยการเรียนรู้ที่สำคัญของมนุษย์ การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพจะต้องสอดคล้องกับนิสัยของผู้เรียน

(3) ชวนลูกหาคำตอบด้วยการตั้งคำถาม

ความอยากรู้เป็นแรงผลักดันให้ต้องค้นหาคำตอบ เป็นการช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ให้กับลูกได้อย่างดีเยี่ยม

(4) ฝึกลูกให้รู้จักบันทึกความคิด ความรู้หรือคำถาม

ลูกวัยนี้อาจยังเขียนไม่ได้ แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกบันทึกโดยการวาดภาพหรือแผนผังได้ตามความเข้าใจของเขา เมื่อนานวันเข้าจนเขาบันทึกจนเป็นนิสัย เมื่อเขาเริ่มเขียนได้ ก็ให้ใช้ตัวหนังสือบันทึกสิ่งเหล่านี้แทน

(5) ดูแลเรื่องอาหารการกิน

เรื่องอาหารเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้เช่นเดียวกับเรื่องของสุขภาพ การเจริญเติบโตของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารเช้า หากเด็กไม่ได้รับเพียงพอ ส่งผลให้สมองทำงานได้ไม่ดี ทั้งนี้นอกเหนือจากการทำหน้าที่คอยจัดเตรียมอาหารที่มีประโยชน์สำหรับลูกในทุกเช้าแล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีในการรับประทานอาหารเช้าด้วย

(6) พาลูกออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกำลังกายจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

(7) ส่งเสริมศิลปะซึ่งช่วยสร้างเสริมจินตนาการและความฉลาด

คุณพ่อคุณแม่ลองจัดเวลาให้ลูกได้ใช้เวลาว่างกับการทำงานศิลปะที่เขามีความสนใจ จะช่วยให้ลูกเกิดการเรียนรู้ได้ดีขึ้นนั่นเอง

(8) อย่าให้ลูกเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ หรือโทรทัศน์มากเกินไป

เพราะจะทำให้เขามีเวลาในการเรียนรู้โลกกว้างอย่างอื่นน้อยลง

ทั้งหมดนี้คือคำแนะนำที่จะช่วยให้พ่อแม่ยังคงทำหน้าที่เป็นครูของลูก ส่งเสริมให้เข้าได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ไม่ไปทุ่มความหวังทุกอย่างไว้กับคุณครูที่โรงเรียน แล้วมาพิจารณาผลลัพท์ที่ได้เห็นพัฒนาการเรียนรู้ของลูกว่าเป็นไปอย่างน่าชื่นใจเพียงใด

นักเรียน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก เลือกอนุบาลเพื่อสร้างอนาคตลูก


View My Stats