Saturday, 24 August 2019

อย่าเปรียบเทียบลูกของเรากับลูกของคนอื่น

15 Jul 2019
3

 

“อย่าเปรียบเทียบลูกของเรากับลูกของผู้อื่น เพราะไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่จะเปรียบเทียบดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์ มันส่องสว่างเมื่อถึงเวลาของมัน”

คำคมโดนใจที่สัมผัสความรู้สึกคนเป็นพ่อ เป็นแม่ อ่านแล้วก็ให้ความรู้สึกว่า เออ ! เรามักจะใช้วิธีเปรียบเทียบเด็กคนอื่นกับลูกของเรา แล้วพูดให้ลูกฟังในลักษณะที่เชื่อว่าเป็นการสร้างแรงจูงใจให้แก่เขา   ซึ่งข้อความข้างต้นก็บอกกับเราแล้วว่า มันไม่มีความจำเป็นอะไรเลย ! ที่จะไปเปรียบเทียบสิ่งมีความแตกต่างกันสองอย่าง ที่ต่างก็ดีงามเหมือนกัน

ถึงแม้เป็นความจริงที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์การเปรียบเทียบกันระหว่างลูกของเรากับลูกของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อนในละแวกบ้าน ญาติพี่น้อง หรือในชั้นเรียนเดียวกัน การเปรียบเทียบอาจเป็นวิธีการที่จะช่วยให้มองเห็นว่าลูกของเรามีพฤติกรรม ความประพฤติ หรือผลการเรียนดีในระดับไหน เป็นเด็กที่เรียนดี ดีเยี่ยม ปานกลาง หรืออ่อนกว่าเพื่อนคนอื่น และบ่อยครั้งก็มักจะหยิบยกเอาความสำเร็จของเด็กคนอื่นมาสร้างแรงจูงใจให้กับลูกของตัวเอง เพราะเชื่อว่าจะเป็นวิธีที่จะทำให้ลูกมีความพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามคำพูดในลักษณะเปรียบเทียบนี้กลับส่งผลเสียต่อเด็กมากกว่าผลดี ทำให้ทั้งเด็กและพ่อแม่เกิดเครียดโดยไม่จำเป็น

แรงจูงใจที่เกิดจากการเปรียบเทียบลูกตัวเองกับลูกของคนอื่น คือการทำให้เด็กเกิดความรู้สึกว่าต้องแข่งกับเพื่อน เขาจึงต้องใช้ความพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเอาชนะหรือให้ตนเองเหนือกว่าเพื่อน แต่การแข่งขันกันนี้คือการสร้างแรงผลักดันที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่จะนำมาใช้กับลูกของเราจริงหรือ

เด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งด้านพรสวรรค์ ความสนใจ ความถนัด ระดับพัฒนาการด้านร่างกาย สติปัญญา มีจุดอ่อน จุดแข็ง ที่ไม่เหมือนกัน พ่อแม่จึงอาจเป็นได้ทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายความเชื่อมั่น (self confident) และการเคารพตัวเอง (self esteem) ของเขา ซึ่งบางครั้งแสดงออกมาด้วยสีหน้า ท่าทางที่ไม่พอใจลูกของตนเอง หรือยกยอปอปั้นในความสำเร็จของเด็กคนอื่น

 

 

 

 

ผลกระทบในด้านลบที่เกิดขึ้นจากการเปรียบเทียบลูกตัวเองกับเด็กคนอื่น

  1.  ความเครียด

เด็กจะรู้สึกเหมือนเป็นภาระหนักอึ้งที่ต้องแบกไว้ ตลอดเวลาที่ถูกเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น พ่อแม่จึงไม่ควรใช้การเปรียบเทียบมากดดันเขาให้เกิดความเครียด วิตกกังวล แต่ควรใช้การนั่งลงพูดคุยหาสาเหตุของปัญหาที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเขาร่วมกัน

2. มีความเคารพตัวเองน้อยลง (self esteem)

เด็กจะเริ่มเชื่อว่าถึงอย่างไรคนอื่นก็ดีกว่าตัวเอง และตัวเขาเองก็ไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะทำอย่างที่พ่อแม่คาดหวังได้ ความรู้สึกอย่างนี้ถือเป็นอันตรายต่อการเติบโตทางความคิด ความรู้ ความสามารถของเขาต่อไปในอนาคต

3. ลดทอนคุณค่าในตัวเอง (self worth)

ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามที่จะปรับปรุงตัวเอง พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นแค่ไหนแล้วก็ตาม แต่ถ้าหากว่ายังคงได้ยินคำพูดที่คอยบอกเขาว่าต้องยังต้องทำให้ดีกว่านี้ ให้ดีกว่านี้ เพื่อให้ทันเด็กคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ก็จะยิ่งทำให้เขาขาดความมั่นใจลงไปอีก และสิ่งที่ทำมาทั้งหมดไม่มีอะไรดีพอและจะทำไปเพื่ออะไรกัน

4. ขี้อาย ไม่กล้าเข้าสังคม

เมื่อเขาต้องถูกเย้ยหยันจากการเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นอยู่ตลอดเวลา จนสภาพจิตใจของเขามีแผล เขาก็จะเริ่มหลีกเลี่ยงการออกไปพบปะ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนนอนบ้าน ทำให้เขาขาดทักษะในการสังคมกับผู้อื่น กลายเป็นเด็กขี้อายไป

5. กลายเป็นเด็กที่ไม่สนใจอะไรเลย

จากการที่เด็กพยายามทำทุกอย่างที่พ่อแม่คาดหวังอย่างดีที่สุด และคิดว่าน่าจะดีพอที่จะทำให้พ่อแม่ของตนเกิดความพึงพอใจ สมหวังในตัวลูกขึ้นมาบ้าง แต่กลับได้รับการแสดงออกในลักษณะที่มีความเฉยเมยจากพ่อแม่แทน หรือยังคงไปให้ความชื่นชมกับลูกของคนอื่นมากกว่า ก็จะทำให้เด็กกลายเป็นเด็กที่มีทัศนคติแบบโนสนโนแคร์ ไม่อยากสนใจหรือรู้สึก รู้สาอะไรมากนัก เพื่อที่ว่าตัวเองจะได้ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวด

6. ศักยภาพในด้านที่เด็กมีความถนัดอย่างแท้จริงถูกปิดกั้น

บางครั้งความสามารถบางอย่างที่เด็กมี อาจไม่ตรงตามที่พ่อแม่ต้องการ ตัวอย่างเช่น เด็กบางคนอาจมีพรสวรรค์ในด้านการวาดภาพ สามารถวาดภาพได้น่าสนใจ มีเอกลักษณ์เฉพาะ แต่ว่าพ่อแม่อยากให้เอาเวลาที่นั่งวาดภาพนั้นไปฝึกเล่นแบดมินตัน อยากให้เป็นนักกีฬาแบดมินตันเหมือนเด็กคนอื่น เด็กจะรู้สึกเหมือนอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องฝึกแบดมินตันไปทั้งที่ใจไม่ได้รัก ฝึกไปแล้วก็อาจไม่ได้เล่นได้ดีมากนัก ไม่ได้โดดเด่นอะไร ในขณะที่ความสามารถด้านการวาดภาพไม่ได้รับการชื่นชม ส่งเสริม พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น กลายเป็นว่าสิ่งที่ชอบ ที่ถนัดกลับไม่มีพื้นที่ให้เติบโต

7. เกิดระยะห่างระหว่างลูกกับพ่อแม่

แน่นอนว่าเมื่อพ่อแม่มีความสัมพันธ์ที่เป็นไปในทางลบกับลูก จากการที่ไปพยายามกดดันให้เขาต้องทำให้ได้ในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ เพื่อไม่ให้น้อยหน้าเพื่อนคนอื่น ทำให้ปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกันเป็นไปอย่างไม่มีความสุข พ่อแม่กลายเป็นที่มาของความเจ็บปวดในชีวิตสำหรับเขา รู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่ไว้วางใจ เด็กจึงต้องการที่จะรักษาระยะห่างกับพ่อแม่ไว้  ซึ่งนี่จะส่งผลร้ายแรงต่อพัฒนาการทางความคิด อารมณ์ สติปัญญา รวมถึงพฤติกรรมเมื่อเติบโตขึ้นไป

จากผลกระทบในด้านลบที่ส่งผลต่อการพัฒนา การเติบโตของเด็กดังที่กล่าวมา ทำให้พ่อแม่ควรต้องพิจารณาหาแนวทางอื่นที่น่าจะส่งผลดีต่อการเสริมสร้างลูกของเราให้เติบโตงอกงามดังใจหวัง ไม่ถูกพ่อแม่ทำร้ายโดยไม่ตั้งใจผ่านวิธีการเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น

 

 

ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่พ่อแม่ต้องนำเอาวิธีในทางบวกมาส่งเสริมลูกของเราให้ดีขึ้น ซึ่งได้แก่

  • ใช้การกำหนดมาตรฐานชี้วัดให้กับลูกแทนการเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น เป็นการวัดพัฒนาการขีดความสามารถของตัวเด็กเอง เป็นการแข่งกับตัวเอง เช่น หากลูกทำคะแนนได้ดีขึ้นกว่าเดิม แม้จะเพียงแค่ 2 คะแนน ก็เพียงพอที่จะทำให้พ่อแม่ได้เห็นถึงพัฒนาการ หรือความพยายามของเขาที่มีมากขึ้นแล้ว
  • คอยสนับสนุนเขา ช่วยเหลือเขาเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาหรือเป็นกำลังใจให้เขาก้าวข้ามอุปสรรคหรือเอาชนะสิ่งที่เป็นจุดอ่อนของเขาให้ได้
  • ยกย่องชมเชยในสิ่งที่เป็นจุดแข็ง ไม่ว่าจะเป็นในด้านใดก็ตามที่เขามักทำได้ดี ก็เพียงพอที่คนเป็นพ่อแม่จะเห็นคุณค่าและพึงพอใจในตัวเขา
  • อย่าคาดหวังในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเขา ให้ตั้งความหวังที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของลูกเราให้มากที่สุด ส่งเสริมในสิ่งที่เขาถนัด อย่ายัดเยียดความฝันที่ไม่ใช่ของเขาให้เขาต้องแบกรับไปจนโต
  • ให้การสนับสนุนและให้ความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขแม้ว่าเขาจะยังทำได้ไม่ดีพอ อย่าแสดงออกว่าเขาทำให้พ่อแม่รู้สึกผิดหวังหรืออับอาย แต่ให้คอยสนับสนุนลูกอยู่เสมอ ชักชวนให้เขาใช้ความพยายามมากขึ้น ฝึกฝนมากขึ้น ขยันมากขึ้น ด้วยคำพูดที่เป็นการกระตุ้นไม่ใช้การกดดันด้วยท่าทีหรืออารมณ์รุนแรง และคอยชื่นชมเมื่อเห็นความพยายามของเขาอยู่เสมอ

โปรดจำไว้ว่าเด็กทุกคนมีความพิเศษเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน มีเรื่องที่สนใจแตกต่างกัน มีระดับความสนใจแตกต่างกัน มีจุดอ่อน จุดแข็งที่แตกต่างกัน

ธีโอดอร์ รูสเวลท์ กล่าวว่า การเปรียบเทียบคือตัวขโมยความสุข ดังนั้นจงอย่าขโมยความสุขในวัยเด็กของเขาเลย ปล่อยให้เขาได้มีพื้นที่ได้เติบโต

 

 

อ้างอิง : beingtheparent.com


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

View My Stats