LIFE TIPS » อุปนิสัยการจัดการเวลาของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ

อุปนิสัยการจัดการเวลาของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ

7 March 2018
141   0

เราไม่อาจค้นพบหรือสร้างอาชีพในฝันได้หากเรายังคงรู้สึกว่า เรามีเวลาไม่มากพอที่จะทำ (เราไม่มีเวลา) ในการที่เราจะเข้าใจการเปลี่ยนผ่านไปสู่อาชีพใหม่ในฝัน  ซึ่งเราต้องเริ่มด้วยการสร้างนิสัยของการจัดการเวลาที่ดีเสียก่อน

สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการทำความเข้าใจเวลาและงานของตัวเอง  ซึ่ง Anna Runyan ผู้ก่อตั้ง Classy Career Girl ซึ่ง Forbes ได้จัดให้เป็น 1 ใน 35 เว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลด้านอาชีพที่มีอิทธิพลมากที่สุดในปี 2014 โดยได้ช่วยผู้หญิงมากกว่าล้านคนในการออกแบบและเริ่มต้นธุรกิจในฝันของพวกเธอผ่านทางเว็บไซต์ คอร์สออนไลน์ และช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของตัวเธอเอง

 

อุปนิสัยการจัดการเวลาของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ

 

  1. หากเราไม่มีการวางแผน ปฏิทินของเรานี่แหละช่วยได้

หนึ่งในความผิดพลาดในการจัดสรรเวลาคือ การที่เราทำทุกอย่างที่เข้ามาหา แทนที่จะกำหนดเวลาที่แน่นอนไปเลยว่าเวลาไหนจะทำอะไรบ้างในสัปดาห์ของเรา ความมีวินัยในตัวเองและการวางแผนเป็นสิ่งจำเป็นหากเราต้องการที่จะบรรลุความสำเร็จในอาชีพนั้น นี่จึงเป็นสาเหตุที่เราจำเป็นต้องมีการทบทวนการทำงานของตัวเองในรอบสัปดาห์ เพื่อดูว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างในสัปดาห์หน้าที่จะถึงและทุกสิ่งที่ต้องทำนั้นจะต้องถูกกำหนดไว้เรียบร้อยในปฏิทินหรือตารางการทำงานของตัวเอง

  1. กำหนดขอบเขตของเวลาให้ชัดเจน เวลาโซเชียลมีเดีย เวลาครอบครัวและเวลาส่วนตัว

หลายคนมักทำงานจนไม่ให้เวลากับส่วนอื่นของชีวิต เมื่อเราให้เวลากับงานมาทั้งสัปดาห์แล้วก็ควรจะต้องกำหนดเวลาให้มีเพียงพอที่จะมีชีวิตไปกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือหลังจากที่ปิดคอมพิวเตอร์ ก็ต้องกำหนดให้ตัวเองอยู่กับครอบครัว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องงาน จัดลำดับความสำคัญให้กับตัวเอง ณ ขณะนั้นว่าเป็นเวลาสำหรับเรื่องไหนของชีวิต เวลางานก็ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย เวลาครอบครัวก็ต้องไม่ปนกับเวลางาน เป็นต้น

        3.จัดประเภทของเวลา

หนึ่งในการจัดสรรเวลาที่สำคัญคือ การจัดหมวดหมู่ แยกแยะประเภทของเวลา เวลาไหนคือเวลาที่เรียกว่าเป็น โฟกัสไทม์ เวลาไหนสำหรับการบริหารงานของตัวเอง และเวลาไหนคือเวลาสำหรับการทำสิ่งที่ตัวเองสนใจอยากทำทั้งเพื่อตัวเอง หรือเพื่อครอบครัว เป็นต้น

ลองเขียนงานที่ตัวเองต้องทำออกมาให้หมด จากนั้นให้วงกลมงานที่คิดว่าจะทำให้เราก้าวหน้า ได้เลื่อนตำแหน่ง ทำให้เราเติบโตขึ้นในงานนั้น ๆ หรือแม้กระทั่งงานที่ทำให้เรามีความสุขมากที่สุด หรือการติดต่อกับลูกค้าหรือ พูดคุยกับหุ้นส่วนทางธุรกิจ หากว่าทำธุรกิจส่วนตัว เหล่านี้จัดว่าเป็นเวลาที่เราต้องล็อคไว้เลยในปฏิทิน พยายามทำเวลาทั้งวันของเราอยู่กับการทำงานที่เราต้องโฟกัสเหล่านี้เท่าที่จะเป็นไปได้

จากนั้นจัดสรรเวลาสำหรับการบริหารหรือจัดการงานของเรา จะเป็นงานที่เราจะชอบหรือไม่ชอบก็ได้ และเป็นสิ่งที่ไม่เน้นผลลัพธ์ หรือไม่ได้นำไปสู่ความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว

และสุดท้ายจัดสรรเวลาสำหรับคือเวลาที่เราจะกันไว้ในปฏิทินสำหรับการใช้ชีวิตส่วนตัว จะเป็นงานอดิเรกหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว การวางแผนเวลาสำหรับตัวเองแบบนี้ไว้ในตารางการทำงานจะส่งผลดีต่อการงานของเราอย่างไม่น่าเชื่อ

       4.จัดกลุ่มงานที่คล้ายกันมาทำทีเดียว

จัดสรรงานที่มีความคล้ายคลึงกันมาทำในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ในระหว่างที่เรากำลังทำงานหนึ่งอยู่นั้น จะไม่มีสิ่งรบกวนมาขั้นจังหวะการทำงานให้หยุดชะงัก เมื่อเรากำลังเพลิดเพลินหรือมีสมาธิในงานอยู่นั้นก็ใช้โอกาสหางานที่คล้ายๆ  กันมาทำต่อเนื่องกันไปเลย เพราะหากเมื่อเราได้หยุดพักจากการทำงานไปอยู่กับสิ่งรบกวน ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย เช็คอีเมล์ เราต้องใช้เวลาถึง 15 นาทีจึงจะสามารถกลับมามีสมาธิในการทำงานได้เหมือนเดิม ดังนั้นกำหนดเวลาสำหรับงานที่คล้ายคลึงกัน ทำไปในช่วงเวลาเดียวกันไปเลย

  1. ปฏิทินหรือตารางการทำงานไม่ใช่ตัวกำหนดเวลาการทำงานที่แท้จริงของเรา

เราคือผู้ควบคุมเวลาของตัวเอง เวลาการทำงานก็มาจากตัวเราเอง เราจะใช้เวลาทำงานมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา เราพบว่าตัวเองมีสมาธิกับการทำงานมาก ๆ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความเพลิดเพลินไปกับงานอย่างเต็มที่ และทำแล้วได้งาน ได้ผลลัพธ์ที่ดี เมื่อเราได้เห็นความจริงง่าย ๆ ที่ว่าเราคือที่มาที่แท้จริงของเวลาในการทำงาน แล้วความเครียด ความกดดันจากปฏิทินงาน หรือตารางการทำงาน ก็จะหายไป

  1. วินัยในตัวเอง คือสิ่งที่ต้องมี

เราต้องคอยเตือนตัวเองไว้ตลอดเวลา เรื่องการมีวินัยในตัวเองในการทำงาน อย่างเช่น เวลาที่เริ่มรู้สึกว่าง่วงนอน ในขณะที่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราต้องโฟกัสกับการทำงาน  จึงจำเป็นต้องข่มจิตใจ ต้องมีวินัยในตัวเองมาก ๆ เมื่อต้องเผชิญกับความรู้สึกเช่นนี้

  1. หวงแหนเวลาทำงานของตัวเอง

เนื่องจากการบรรลุไปสู่เป้าหมายในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญ ณ ตอนนี้ และอาจเป็นเครื่องชี้วัดอนาคตและความสุขของตัวเองเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องโฟกัสกับการทำงานเป็นอย่างมาก ต้องให้ความสำคัญกับเวลาทำงานของเรามากที่สุดเลยก็ว่า ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ จึงจำเป็นต้องปฏิเสธกับเรื่องบางเรื่อง งานบางงาน เป็นธุระให้กับคนอื่น โดยที่ต้องสูญเสียเวลาทำงานของตัวเองไป

  1. เลือกกิจวัตรยามเช้าที่ดีต่อตัวเอง

ตื่นเช้าขึ้นมาเราควรหากิจกรรมเริ่มต้นวันใหม่ที่สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานมากกว่าที่จะไปนั่งเสียเวลากับกิจกรรมบางอย่างที่ไม่ได้ให้ประโยชน์ต่อการทำงานมากเท่าใดเลย เช่น การเปิดอ่านอีเมล์เป็นชั่วโมง

สิ่งที่เราควรทำในยามเช้าที่น่าจะเป็นประโยชน์กว่า เช่น เปิดดูข่าวสาร คิดทบทวนการทำงานที่ผ่านมา ทบทวนวิสัยทัศน์หรือเป้าหมายในการทำงานที่ติดไว้ที่บอร์ด อ่านหนังสือ สวดมนต์ หรืออาจเป็นการออกกำลังกายไปเลยก็ได้ กิจกรรมเหล่านี้ในยามเช้าจะช่วยเปลี่ยนชีวิตหรือภาพการทำงานของเราในวันนั้น

  1. หาช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตัวเอง

คงไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถกระโดดลงจากเตียง ตื่นนอน แล้วลงมือทำงานได้เลย คงไม่ใช่ทุกคนที่จะทำงานได้ดีที่สุดในช่วงเวลาระหว่าง ตี 1ถึงตี 4 เราต้องค้นหาช่วงเวลาที่จะทำงานแบบมีสมาธิมากที่สุดของตัวเองให้เจอ จะเป็นเช้า กลางวัน หรือตอนเย็น เมื่อค้นพบตัวเองแล้วว่าธรรมชาติคนแบบเราชอบทำงานเวลาไหน ก็อย่าเอาเวลานั้นไปดูโทรทัศน์ หรือเล่นโซเชียล ใช้เวลาที่ตัวเองมีสมาธิมากที่สุดในตอนนั้นทำในสิ่งที่สำคัญที่สุด

    10.เริ่มแต่เช้า

ถ้าเราเป็นคนที่มีเรื่องงานที่ต้องตัดสินใจหลายเรื่องมากในวันหนึ่งหนึ่ง เราก็ยิ่งจะหลงเหลือพลังงานในการสร้างงาน สร้างฝัน และเดินไปสู่เป้าหมาย น้อยลงไปด้วยในช่วงเวลาที่เหลือของวันนั้น ดังนั้นจึงต้องรีบตัดสินใจและทำงานให้ดีที่สุดตั้งแต่แรกเริ่มต้นเช้าของวันนั้น

  1. จัดลำดับความสำคัญ

ในการจัดสรรเรื่องเวลานั้น เราต้องโฟกัสทำอย่างใดอย่างหนึ่งในเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยทำการจดรายการสิ่งที่ต้องทำในสัปดาห์นี้ ลงในกระดาษ หรือ ทำ To do list จากนั้นพิจารณาดูความสำคัญของแต่ละงานที่ได้จดลงไป

แทนที่จะจดสิ่งที่ต้องทำลงไปถึง 20 อย่าง ในแต่ละวัน จะเป็นเรื่องง่ายกว่ามากหากเราจดและจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำไว้สักแค่ 6 อย่างใน 1 สัปดาห์ โดยจะไม่ข้ามไปทำอย่างที่ 2 จนกว่าจะทำอย่างแรกสำเร็จเสร็จสิ้น เมื่อไรกันที่เราสามารถพูดอย่างเต็มปากว่า ทำงานทุกอย่างทั้งสัปดาห์เสร็จสิ้นแล้ว ตามที่วางไว้ งานสำคัญที่เราได้จัดลำดับไว้แล้วทำมันจนสำเร็จจะสร้างความแตกต่างอย่างมากมายให้กับอาชีพหรืองานในฝันของเรา

  1. วางแผนประจำสัปดาห์

เราจะวางแผนการทำงานแต่ละสัปดาห์ของเราอย่างไร เพื่อให้ไม่รู้สึกว่ามีความเครียดรออยู่ เพื่อที่ว่าเมื่อถึงวันจันทร์แล้วรู้ชัดเจนว่าเราต้องทำอะไรบ้างในสัปดาห์นี้ ความลับของการจัดการเวลาที่สำคัญคือ การทบทวนการทำงานทั้งสัปดาห์ในช่วงเย็นของวันศุกร์ โดย

ขั้นที่ 1 จัดการเคลียร์งานสัปดาห์ที่ผ่านมา เคลียร์กล่องข้อความอีเมล์ทั้งหมด จัดการให้ทุกอย่างพร้อมสำหรับการเริ่มต้นทำงานในสัปดาห์ด้วยความมีชีวิตชีวา

ขั้นที่ 2 สร้าง to do list แบบที่ต้องโฟกัส และจัดลำดับความสำคัญให้เรียบร้อย จัดแบบที่คิดว่าส่งผลดีต่องานหรือธุรกิจของเราจริง ๆ มา 6 อย่าง ดังที่ได้อธิบายไว้ก่อนหน้านี้

 

ข้อมูลจาก

13 Time Management Habits of Successful Women


View My Stats