รอบรู้เรื่องลูก » เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้กลายเป็นลูกแหง่

เลี้ยงลูกอย่างไรไม่ให้กลายเป็นลูกแหง่

3 March 2017
188   0

เด็กเล็กในช่วงขวบปีแรกยังต้องพึ่งผู้ใหญ่อยู่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น การป้อนนม ป้อนน้ำ ป้อนข้าว อาบน้ำทำความสะอาด จัดสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น สะอาด และปลอดภัย แต่เมื่อถึงวัย 2-3 ขวบ เด็กจะเริ่มอยากเป็นนักผจญภัยมากขึ้นเพื่อสำรวจโลกกว้างด้วยตนเอง  โดยหากเด็กมีความเชื่อมั่นว่า มีพ่อแม่หรือผู้ปกครองอยู่ด้วยตลอดเวลาจะทำให้เด็กกล้าหาญที่จะออกไปผจญภัยหรือเดินสำรวจไปในที่ต่าง ๆ ด้วยความรู้สึกว่าปลอดภัย เป็นอิสระ มีความมั่นใจในตัวเองจากความเชื่อมั่นว่ามีพ่อแม่และผู้ปกครองคอยเป็นกำลังใจอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้ว ความเป็นอิสระและการพึ่งพาผู้ใหญ่ของเด็กนั้น จะเปลี่ยนไป เปลี่ยนมาตลอดเวลา ทั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้เติบโตของเด็ก และเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดชีวิตของมนุษย์ โดยทั่วไปพ่อแม่และผู้ปกครองหลายคนคิดว่าการชมเชยเด็กมาก  ๆ จะช่วยให้เด็กมีความมั่นใจในตัวเอง แต่แท้ที่จริงแล้วการชมเชยอย่างเดียวจะไม่สัมฤทธิ์ผลเต็มที่ เด็กจะต้องมีความรู้สึกว่าเขาสามารถทำอะไรได้สำเร็จด้วยตนเองต่างหาก จึงจะทำให้เด็กรู้สึกดีกับตัวเองและสร้างความมั่นในเพิ่มให้กับตัวเองได้

ในกรณีที่พ่อแม่ตั้งข้อสงสัยว่า หากเราตอบสนองความต้องการของลุกทุกครั้งที่ลูกต้องการหรือเรียกร้องอะไร เพื่อทำให้ลูกรู้สึกว่าพ่อแม่และผู้ปกครองอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลาแล้วจะทำให้ลูกกลายเป็นคนที่ติดพ่อแม่ กลายเป็นลูกแหง่ไม่สามารถแยกตัวเองออกมาจากพ่อแม่ มาเป็นตัวของตัวเองได้ แล้วจะเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถรับผิดชอบตนเองได้อย่างไร สำหรับในกรณีนี้ มีสิ่งที่ต้องคำนึง คือ การที่เราตอบสนองต่อความต้องการของลูกไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำทุกอย่างให้ลูกหรือยอมให้ลูกทำทุกอย่างตามใจชอบ เช่น เมื่อรู้ว่าลูกง่วง เพราะถึงเวลานอนแล้ว แต่เค้ายังอยากเล่นอยู่ ก็จะต้องให้ลูกไปนอน นี่ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของเด็กที่ถูกต้อง โดยไม่ใช่การตามใจเด็กไปในทุกอย่างที่เค้าต้องการ พ่อแม่และผู้ปกครองจึงจำต้องแยกแยะ จำแนกระหว่างการตอบสนองความต้องการของลูกกับการตามใจลูกว่าแตกต่างกัน

ข้อมูลจาก ความสุขและอัจฉริยะสร้างได้ก่อนเกิด


View My Stats

View My Stats