เมนูแนะนำ » อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็น

อาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็น

25 April 2017
180   0

สำหรับคุณแม่บ้านแล้ว เรื่องหนึ่งที่จำเป็นต้องเรียนรู้นเรื่องของงานครัว ก็คือ การจัดเก็บอาหารให้อยู่ในสภาพที่ดีก่อนที่จะนำมาทำอาหาร  อาจเป็นเพราะว่าเรายังไม่ต้องการใช้อาหารชนิดนั้น ๆ ในการทำอาหาร หรือซื้อมาในปริมาณที่มากเกินกว่าจะนำมาปรุงได้หมดในครั้งเดียว ดังนั้นการจัดเก็บอาหารไว้ในตู้เย็นถือเป็นทางเลือกหลักสำคัญ ในการจัดเก็บของอาหารของแม่บ้านส่วนใหญ่เลยทีเดียว

แต่รู้หรือไม่ว่า ใช่ว่าเราจะสามารถนำเอาอาหารทุกชนิดเข้ามาเก็บไว้ในตู้เย็น เพราะอาหารแต่ละอย่างจะลักษณะที่ไม่เหมือนกัน ทั้งในเรื่องของเนื้อผิวของพืชบางชนิด การสุก การเน่าเสีย เมื่อได้รับความเย็นในตู้เย็น เรามาดูกันดีกว่าว่ามีอาหารชนิดใดบ้างที่เราไม่ควรนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น

1.มะเขือเทศ

มะเขือเทศจะสูญเสียรสชาติเมื่อนำไปแช่ตู้เย็น เนื่องจากอากาศภายในตู้เย็นจะหยุดยั้งกระบวนการสุกของมะเขือเทศ ซึ่งการสุกของมะเขือเทศนั้นจะทำให้มะเขือเทศมีรสชาติมากขึ้น อีกทั้งการเก็บไว้ในตู้เย็น ยังส่งผลต่อเนื้อมะเขือเทศ โดยอากาศที่เย็นจะทำให้ผิวของมะเขือเทศเสียหาย เป็นรู ดั้งนั้นทางเลือกที่ดีกว่าคือ ควรเก็บมะเขือเทศไว้ในชามหรือตะกร้าแล้ววางบนเคาน์เตอร์

2.โหระพา

ใบโหระพาจะหลุดร่วงเร็วขึ้น หากเราเก็บไว้ในตู้เย็น อีกทั้งยังดูดซับกลิ่นของอาหารที่วางอยู่รอบ ๆ ข้างในตู้เย็นไว้ด้วย ดังนั้นทางที่ดีกว่าคือเก็บไว้นอกตู้เย็น โดยวางแช่ไว้ในถ้วยในน้ำสะอาด เหมือนกับการวางดอกไม้ในแจกัน หากต้องการเก็บใบโหระพาให้ได้นาน ๆ มาร์ธา สจวต แนะนำว่า ให้นำใบโหระพาไปลวกก่อนและนำไปแช่แข็ง

3.มันฝรั่ง

การเก็บมันฝรั่งไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิเย็นอย่างในตู้เย็น จะทำให้เนื้อมันฝรั่งกลายเป็นน้ำตาลเร็วขึ้น เนื้อของมันฝรั่งจะกลายเป็นเนื้อทรายที่มีรสหวาน ดังนั้นแทนที่เราจะนำมันฝรั่งไปแช่ในตู้เย็น ควรเก็บมันฝรั่งโดยการห่อด้วยกระดาษ แล้ววางไว้ในที่เย็นแทน หากว่ามันฝรั่งยังไม่มีส่วนของรากออกมา สถานที่ที่ดีที่สุดในการเก็บมันฝรั่งก็คือ ในที่มืด ตัวอย่างเช่นในตู้กับข้าว นั่นเอง ถุงกระดาษที่เรานำมาใช้ห่อมันฝรั่งนั้นดีกว่าการใส่ในถุงพลาสติก ก็เนื่องจากว่า ในถุงกระดาษมีการระบายอากาศได้ดีกว่า ทำให้มันฝรั่งไม่เน่าเสียเร็ว มาร์ธา สจ๊วต แนะนำว่า หากเป็นไปได้ก็ควรเก็บมันฝรั่งไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิประมาณ 45 องศา ซึ่งวิธีเก็บแบบนี้สามารถนำมาใช้กับหัวมันหวานชนิดอื่น ๆ ได้อีกด้วย

  1. หัวหอมใหญ่

หากเราวางหัวหอมใหญ่ไว้ในตู้เย็น ความชื้นภายในตู้เย็นทำให้หัวหอมใหญ่นิ่มและมีสภาพที่ไม่ดี เช่น มีกลิ่นเหม็นอับ โดย ควรเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น นอกจากนี้ยังต้องเก็บหัวหอมใหญ่และมันฝรั่งให้ห่างจากัน เพราะเมื่อเราเก็บทั้งสองอย่างไว้รวมกันจะทำให้อาหารทั้งสองประเภทนี้เสื่อมสภาพเร็วขึ้น

  1. อะโวคาโด

หากเราต้องการให้อะโวคาโดสุก แน่นอนว่าจะต้องไม่นำไปแช่ในตู้เย็น แต่หากว่าอะโวคาโดสุกเรียบร้อยแล้วแต่เรายังไม่ต้องการที่จะนำมาปรุงอาหาร ก็สามารถนำไปแช่ตู้เย็นได้

6.กระเทียม

กระเทียมที่เก็บไว้ในตู้เย็นจะเริ่มงอกหน่อออกมา อีกทั้งยังเป็นยาง เป็นรา และมีกลิ่นเหม็น จึงควรจะเก็บกระเทียมไว้ในที่แห้งและเย็นแทน

  1. ขนมปัง

การเก็บขนมปังไว้ในตู้เย็น จะทำให้ขนมปังแห้งเร็ว ยกเว้นขนมปังสไลด์สำหรับทำแซนด์วิช ที่เราตั้งใจที่จะนำมาใช้ทำอาหารในอีกไม่กี่วัน เราสามารถจัดเก็บขนมปังได้โดยวางไว้บนเคาน์เตอร์ หรือไม่ก็แช่แข็งไปเลย จากนั้นจึงนำมาสไลด์เมื่อถึงเวลาที่ต้องการทำอาหารรับประทาน ส่วนที่เหลือให้นำไปแช่แข็งเก็บเอาไว้ใช้ต่อไป ทั้งนี้ขนมปังที่นำไปแช่แข็งควรห่อเอาไว้ก่อนเพื่อก็บความชื้นของขนมปังไว้ และเมื่อนำออกมาจากช่องแช่แข็งแล้ว ก็ควรรอให้ขนมปังค่อย ๆ อ่อนนุ่มลงช้า ๆ ก่อนที่จะนำมารับประทานหรือนำมาปิ้ง

  1. น้ำมันมะกอก

 

 

ควรจัดเก็บน้ำมันมะกอกโดยวางไว้ที่เย็นและมืด แต่ต้องไม่ใช่ในตู้เย็น ซึ่งจะทำให้น้ำมันมะกอกข้นและแข็งตัวจนเกือบจะกลายเป็นเนยได้เลยทีเดียว

  1. กาแฟ

หากวางกาแฟไว้ในตู้เย็น จะทำให้สูญเสียรสชาติและในที่สุดกาแฟก็จะไปดูดซับกลิ่นต่าง ๆ ที่อยู่ในตู้เย็นเอาไว้ โดยควรเก็บกาแฟไว้ในที่เย็นและมืด ซึ่งเป็นที่ที่จะช่วยรักษารสชาติและความสดของกาแฟเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เราสามารถเก็บกาแฟที่มีจำนวนมากเพื่อเอาไว้ใช้นาน ๆ ได้โดยวางไว้ในช่องแช่แข็ง

  1. น้ำผึ้ง

ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเก็บน้ำผึ้งไว้ในตู้เย็น เพราะจะทำให้น้ำผึ้งของเรากลายเป็นเกล็ดได้ โดยเราสามารถเก็บรักษาน้ำผึ้งให้อยู่ในสภาพที่ดีได้เพียงแค่ปิดฝาให้แน่นสนิทเท่านั้น

ข้อมูลจาก http://www.huffingtonpost.com/2014/05/08/foods-in-fridge_n_5280137.html


View My Stats

View My Stats