รอบรู้เรื่องลูก » 6 ประการที่พ่อแม่ควรรู้ในการเล่นขายของกับเด็ก

6 ประการที่พ่อแม่ควรรู้ในการเล่นขายของกับเด็ก

23 March 2017
109   0

จอห์น ดิวอี้ กล่าวไว้ว่า “ชีวิตคือการเรียนรู้ การเรียนรู้คือชีวิต” เราทุกคนเริ่มต้นการเรียนรู้นับแต่วัยเด็กเรื่อย ๆ มา และดำเนินต่อไปจวบชั่วชีวิตของเรา และสิ่งที่กระตุ้นการเรียนรู้ของเราได้มากที่สุดก็คือ “การนำการเรียนการสอนไปใช้ชีวิตประจำวัน” หรือที่เราเคยได้ยินกันว่า learning by doing หรือจะเป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ซึ่งจะเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ เรื่องราวต่างๆ อย่างแท้จริง และเป็นความจำที่ติดทนนานในสมองของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ๆ ที่ต้องอาศัยการเล่นเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์เรียนรู้ ผ่านความเพลิดเพลิน สนุกสนาน และไม่ใช่การเรียนรู้โดยการนั่งฟัง พ่อแม่หรือคุณครูคอยบอก คอยสอน ซึ่งบ่อยครั้งที่จะทำให้เด็กรู้สึกเบื่อ หรือเครียด จนไม่สนใจที่จะเรียนรู้

หนึ่งในการเรียนรู้ที่ใครหลายคนต้องเคยมีประสบการณ์ผ่านมากันแทบทุกคน นั่นคือ การเล่นขายของในวัยเด็ก  ซึ่งนอกเหนือจากความสนุกสนานที่ได้รับจากการเล่นสนุกกับเพื่อน หรือพ่อแม่แล้ว การเล่นขายของยังเป็นการฝึกหัดการคิดเลข และช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ผ่านสถานการณ์สมมุติในการเล่นขายของอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้การเล่นขายของของเด็ก ๆ กับพ่อแม่เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้มากที่สุด มีข้อควรรู้สำหรับพ่อแม่ดังต่อไปนี้

 

6 ประการที่พ่อแม่ควรรู้ในการเล่นขายของกับเด็ก

  1. อย่าให้เด็กรู้เจตนาของผู้ใหญ่

ผู้ปกครองเล่นขายของกับเด็กก็เพื่อให้เด็กได้หัดคิดเลข ถ้าผู้ปกครองบอกเจตนานี้ให้เด็กรู้หรือทำให้เด็กรู้ตัวเด็กก็จะหมดสนุก ต้องให้เด็กรู้สึกว่านี่คือการเล่น และผู้ใหญ่ก็ต้องแสดงความจริงใจ เล่นเหมือนเด็กคนหนึ่ง อย่าใช้วิธีสอน อย่าตำหนิเวลาเด็กคิดเลขผิด

2. อย่าทำให้เด็กอาย

เวลาเล่นขายของจะต้องมีการตั้งราคาสินค้า ซึ่งบางครั้งเด็กอาจตั้งราคาที่อาจสูงเกินจริงหรือต่ำเกินไป แล้วพ่อแม่ที่เล่นด้วยกลับแสดงความตกใจเมื่อเทียบกับราคาจริงในตลาด ก็จะทำให้เด็กเกิดความรู้สึกตกใจ จนทำอะไรไม่ถูก และไม่กล้าเล่นต่อ หรือบอกราคาอย่างลังเลแล้วคอยดูสีหน้าท่าทางของผู้ใหญ่เพื่อตัดสินว่าราคาที่ตั้งเหมาะสมหรือไม่ เมื่อการเล่นเป็นแบบนี้เด็กจะไม่มีสมาธิ นานเข้าก็จะรู้สึกเบื่อและเครียด  ผู้ใหญ่ต้องไม่เอาประสบการณ์ของผู้ใหญ่มารบกวนความคิดของเด็ก เด็กยังไม่เข้าใจความหมายของราคา  เราต้องการให้ลูกเรียนรู้อะไรบางอย่าง ไม่ใช่ให้เด็กหัดค้าขาย ลูกตั้งราคาเท่าไรจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญ

3.อย่าให้เด็กหนักใจกับการคิดเลข

ผู้ปกครองคิดเสมอว่าเป็นการเล่นไม่ใช่การเรียน การเล่นขายของจะทำให้เด็กรู้จักคิดเลข แต่พ่อแม่ต้องอย่าใจร้อนเกินไป

ในการเล่นต้องคำนึงถึงความสนุกของเด็กเป็นอันดับแรก การเรียนเป็นอันดับรอง เพิ่มระดับความซับซ้อนในการคิดเลขอย่างค่อยเป็นค่อยไปและอย่าให้ยากเกินไปจนทำให้เด็กไม่สนุก ถ้าเด็กเล่นขายของด้วยความหนักใจกับการคิดเลข เด็กจะไม่ชอบ ไม่สนุกกับการเล่นอีกต่อไป

4. ไม่บังคับให้เด็กเล่น

อย่าให้เด็กเล่นขายของบ่อยเกินไปโดยหวังให้เด็กหัดคิดเลข พ่อแม่บางคนพบกลับถึงบ้านก็เล่นขายของกับเด็กทุกวัน เร่ิมแรกเด็กอาจุรู้สึกสนุกแต่พอเล่นไปได้สัก 3 วันเด็กก็ไม่อยากเล่นแล้ว ผู้ปกครองก็คอยรบเร้าให้เด็กเล่นอยู่เรื่อยไป

บางครั้งพอเริ่มเล่น ยังไม่ทันขายของชิ้นแรกเสร็จ จู่ ๆ เด็กก็ไม่อยากเล่นแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ผู้ปกครองไม่ควรฝืนใจเด็ก พอเห็นว่าเด็กไม่อยากเล่นก็ต้องเลิกทันที เพื่อรักษาความชอบในการเล่นขายของของเด็กไว้ ถ้าผู้ปกครองบังคับมากเกินไปเด็กอาจเดาเจตนาออกก็ได้

5. ฝึกใช้เงินจริง

เด็กบางคนอาจเบื่อกับการเล่นโดยใช้เงินปลอม เช่น กระดาษ แต่ถ้าเขาได้ลองเล่นโดยใช้เงินจริงก็จะทำให้เด็กรู้สึกจริงจัง แล้วนำเงินที่เป็นกำไรที่ได้ไปหยอดกระปุก เวลาที่เขาอยากได้อะไรก็นำเงินนี้ไปใช้จะทำให้เด็กสนุกกับการเล่นมากขึ้น เมื่อเล่นเสร็จก็ให้เขาล้างมือให้สะอาด

6. เพิ่มเนื้อหาในการเล่นแต่ละครั้ง

โดยส่วนใหญ่แล้วเด็กอยากเล่นเป็นเจ้าของร้าน โดยเฉพาะในช่วงแรก แต่พอเล่นบ่อย ๆ เพื่อไม่ให้น่าเบื่ออาจเปลี่ยนให้เด็กมาเล่นเป็นลูกค้าบ้าง คนที่เป็นลูกค้าก็จะได้เล่นบทที่แตกต่างออกไป เช่น เป็นปู่ ย่า เป็นเด็ก เป็นหมอ เป็นครู เพราะแต่ละคน แต่ละอาชีพมีของที่ต้องซื้อแตกต่างกันไป ตามสถานการณ์ที่เราสมมุติขึ้น ทำให้มีเรื่องราวที่หลากหลาย เป็นการเพิ่มพูนจินตนาการ และประสบการณ์ของเด็กอีกด้วย

 

 

อ้างอิง ยอดคุณแม่แน่กว่าครู 2


View My Stats

View My Stats