Saturday, 24 August 2019

6 วิธีสู่การเป็นคนทำงานแบบ work smart ไม่ใช่แค่ work hard

22 Mar 2016
28383

รูปแบบการทำงานของคนในปัจจุบันไม่ใช่แค่ต้องทำงานแบบชนิดที่เรียกว่า work hard ที่ต้องทำงานกันแบบมาเช้า กลับดึก เสาร์ อาทิตย์ยังต้องเอางานกลับไปทำต่อที่บ้าน ทุ่มเทเวลาแทบทั้งหมดไปให้กับงาน แล้วจึงจะประสบความสำเร็จ แต่ทุกวันนี้มีคำใหม่เกิดขึ้น ที่หนุ่มสาวคนทำงานใช้เป็นแนวทางการทำงาน นั่นคือ work smart เป็นแนวทางการทำงานของคนที่ต้องการใช้เวลาในการทำงานแต่ละวันอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ต้องฝึกฝนตัวเองให้มีนิสัยรู้จักวางแผน บริหารจัดการตารางการทำงาน จัดลำดับความสำคัญของงานล่วงหน้า รู้ว่างานไหนสำคัญ ไม่สำคัญ และค้นพบว่าตัวเองสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกับงาน มีเวลาเหลือสำหรับการใช้ชีวิตในด้านอื่น เช่น การดูแลตัวเอง รักษาความสัมพันธ์กับคนรอบตัว เป็นต้น

เรามาดูวิธีที่ว่ากันว่าสามารถทำให้เรากลายเป็นคนทำงานที่ work smart กัน

(1) รู้จักหยุดพักบ้าง

ฟังดูเหมือนจะเป็นการขัดจังหวะการทำงาน แต่การได้หยุดพักบ้างในระหว่างวันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเรา และยังดีต่อสุขภาพด้วย ไม่ว่าเราจะทำงานเป็นฟรีแลนซ์หรือทำงานในออฟฟิศ การได้ลุกเดินออกจากโต๊ะทำงานบ้างจะลดความอ่อนล้าของดวงตาและป้องกันการเกิดเลือดอุดตันในบริเวณขาได้ด้วย

งานวิจัยระบุว่าการได้หยุดพักจากการทำงานเป็นเวลาเพียงแค่ 5 นาทีก็เพียงพอสำหรับการได้เติมพลังของสมาธิในการทำงานใหม่ให้เต็มที่อีกครั้ง เมื่อถึงเวลาบ่าย หยุดพักสักครู่ จิบกาแฟ พร้อมกับของว่างที่ช่วยบำรุงสมองอย่างถั่วหรือบลูเบอร์รี่ ไขมันที่ดีต่อสุขภาพและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในของว่างดังกล่าว จะเสริมสร้างพลังงานให้กับสมองที่เหนื่อยล้าจากการทำงานและช่วยให้มีสมาธิมากขึ้นเมื่อกลับมานั่งทำงานต่อ

(2) สร้างกิจวัตรในการทำงานแต่ละวันจนเกิดเป็นนิสัย

สิ่งที่เราทำในทุกวันจะกลายเป็นนิสัยติดตัว ดังนั้นแน่นอนว่าเราสามารถที่จะสร้างอุปนิสัยที่ดีในการทำงานได้ หากเราทำสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวและสถานที่เดียวกันเป็นประจำจนเกิดเป็นนิสัย ซึ่งสภาพแวดล้อมและนิสัยส่วนตัวของเราจะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ประสิทธิภาพในการทำงาน ก้าวไปสู่ความสำเร็จโดยที่ไม่ต้องเจ็บปวดหรือเหน็ดเหนื่อยไปกับมันมาก

เริ่มต้นวันทำงานของเราโดยการทำกิจวัตรประจำวันในตอนเช้าของวันทำงาน รวบรวมความคิด ก่อนเริ่มต้นทำงาน ตั้งใจ มีสมาธิเต็มเปี่ยมที่จะทำงาน เช้าวันทำงานที่ยอดเยี่ยมเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อคืนก่อนหน้า ด้วยเตรียมพร้อม วางแผนการทำงานไว้เรียบร้อยแล้ว

ช่วงเวลาสิ้นสุดการทำงานในแต่ละวันก็เช่นเดียวกัน ปิดคอมพิวเตอร์ จัดโต๊ะทำงาน เก็บข้าวของอุปกรณ์ที่วางระเกะระกะให้เข้าที่เรียบร้อยเพื่อที่เมื่อเริ่มทำงานในเช้าวันใหม่จะได้รู้สึกสดชื่น ไม่ว่าจะทำงานที่บ้านหรือที่ออฟฟิศ เป็นการสร้างกิจวัตรให้กับตัวเองในช่วงสิ้นสุดเวลาทำงาน

(3) บล็อกเวลา “ห้ามรบกวน” การทำงานไว้

ข้อดีและข้อเสียของการทำงานที่บ้านคือการที่คนที่อยู่กับเราที่บ้านสามารถจะโผล่เข้ามาหาเราในระหว่างที่กำลังทำงาน เพียงแค่พูดคุยเรื่องบางเรื่อง หรือ ถกเถียงกันในประเด็นเล็กๆน้อยๆ  ต้องบอกทุกคนให้ชัดเจนว่าในช่วงระหว่างเวลาทำงาน ไม่ให้ใครมารบกวน ยกเว้นว่ามีเรื่องเร่งด่วน เราต้องปกป้องเวลาทำงานของตัวเอง

สำหรับคนที่ทำงานในออฟฟิศก็เช่นเดียวกัน สามารถนำหลักการนี้ไปใช้ได้เลย บอกกับเพื่อนร่วมงานว่าในช่วงที่เรากำลังทำงาน ไม่ต้องการให้ใครมารบกวน

(4) เช็คอีเมล์หรือโซเชียลมีเดียเฉพาะเวลาที่กำหนดไว้ชัดเจน

เป็นเรื่องง่ายมากที่จะเช็คอีเมล์ หรือ ติดตามความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียบ่อยครั้งก็ได้ใน 1 วัน ปัญหาคือ นี่จะเป็นการทำให้เราวอกแวก ไม่มีสมาธิในการทำงาน ส่วนใหญ่มักใช้เวลาประมาณ 25 นาทีกว่าจะกลับมาสู่งานที่ต้องทำ กำหนดเวลาที่แน่นอนในการเช็คอีเมล์ หรือเข้าโซเชียบมีเดีย อาจจะเป็นครั้งหนึ่งในตอนเช้าหรือครั้งหนึ่งในตอนเย็น เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้มาทำลายเวลาอันมีค่าในการทำงานให้สำเร็จลุล่วงของเรา

(5) จัดลำดับงานที่ต้องทำ 3 ลำดับแรกของแต่ละวัน

การวางแผนการทำงานล่วงหน้าในแต่ละวันเป็นสิ่งจำเป็น หากเราต้องการให้งานต่างๆ สำเร็จลุล่วง แทนที่จะต้องทำตารางการทำงานที่ยาวเหยียด ลองเขียนงานสำคัญเพียงแค่ 3 อย่างที่จำเป็นต้องทำให้เสร็จในแต่ละวันลงในสมุดตารางการทำงาน การจำกัดรายการของงานที่ต้องทำไว้เพียงแค่ 3 อย่าง จะทำให้เราจัดการกับภาระงานได้ดีขึ้นและไม่รู้สึกว่ามีงานล้นมือ

(6) จัดระเบียบการทำงาน ทั้งในบริบทของพื้นที่ออนไลน์และพื้นที่รอบโต๊ะทำงาน

การใช้ความพยายามในสอดส่อง จัดการความเรียบร้อยของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก คือวิธีที่ช่วยประหยัดเวลาให้เราได้มาก ในขณะเดียวกันก็ทำให้ทุกอย่างดูสะอาดตาไม่รกรุงรัง จัดเก็บโต๊ะทำงานไปพร้อมกัน กำหนดช่วงเวลาในการจัดเก็บทุกอย่างให้เรียบร้อย การทำงานในพื้นที่ที่ไม่รกรุงรัง เป็นระเบียบเรียบร้อยจะช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงาน

การที่เราจะทำงานได้อย่างชาญฉลาดหรือ work smarter ไม่ใช่แค่การทำตั้งใจทำงานอย่างมีสมาธิ หรือเข้าไปใช้แอพหรือซอฟท์แวร์ล่าสุดเพื่อเป็นตัวช่วยในการทำงาน  แต่ต้องรู้ข้อจำกัดและสิ่งรบกวนการทำงานของตัวเอง แล้วจึงพัฒนาสู่ระบบการทำงานที่ใช้ได้ผลกับตัวเองไปเรื่อยๆ รับผิดชอบงานที่ทำอย่างสม่ำเสมอ  แล้วเราสามารถทำงานได้สำเร็จลุล่วงได้มากขึ้น โดยไม่ต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดของชีวิตให้กับการทำงาน

ที่มา www.lifehack.org


This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

View My Stats