พัฒนาตนเอง » 7 ประการฝึกฝนตัวเองสู่การเป็นคนคิดบวก

7 ประการฝึกฝนตัวเองสู่การเป็นคนคิดบวก

8 March 2017
284   0

“ใส่ขยะเข้าไป ก็จะได้ขยะกลับมา” ตรงกันข้าม “หากเราใส่สิ่งดี ๆ เข้าไป เราก็จะได้รับสิ่งดี ๆ กลับมา ” ไม่ว่าจะเป็นอาหารกายที่เราทานเข้าไปก็จะส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย ว่าจะแข็งแรง อ่อนแอ หรืออาหารสมอง ที่เรารับเข้าไปก็มีส่วนกำหนดนิสัย ใจคอ บุคลิกภาพ ความคิด ตัวตนของเรา

หากเรามีความตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะเป็นคนที่คิดบวก จะควบคุมความคิดของตัวเอง กำจัดอารมณ์และความคิดในแง่ลบ ที่คอยถ่วงเราไว้ไม่ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เราก็อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับตัวเองได้  สมรรถภาพทางความคิดก็เหมือนกับสมรรถภาพทางกาย เราสามารถพัฒนาได้ด้วยการอบรม ฝึกฝน ขัดเกลาตัวเอง

ต่อไปนี้คือแง่มุมที่น่าสนใจ 7 ประการที่จะฝึกฝนตัวเองให้กลายเป็นคนคิดบวกต่อชีวิต

  1. คุยกับตัวเองในแง่บวก

ลองพูดคุยกับตัวเองในแง่บวก ควบคุมบทสนทนาในหัวของตัวเอง กล่าวคำยืนยันที่มีรูปประโยคเป็นบวก เป็นปัจจุบัน และเป็นส่วนตัว เช่น “ฉันชอบตัวเอง”  “ฉันทำได้” “ฉันรู้สึกดีเยี่ยมไปเลย” และ “ฉันรับผิดชอบเอง” เพราะอารมณ์ของเรามากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ถูกกำหนดโดยวิธีที่เราพูดกับตัวเองในแต่ละวัน ข้อเท็จจริงที่น่าเศร้าก็คือ หากเราไม่ตั้งใจและไม่มีสติในการพูดคุยกับตัวเองไปในทางที่เป็นบวกและสร้างสรรค์ เราจะนึกถึงสิ่งที่ทำให้เราไม่มีความสุขหรือทำให้เราเป็นกังวลและเครียดไปเองโดยอัตโนมัติ

  ความคิดของเราก็เหมือนกับสวนหลังบ้าน ถ้าเราไม่ใส่ใจดูแลต้นไม้ที่ปลูกไว้แล้ว วัชพืชก็จะเติบโตขึ้นเองโดยที่ไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ยใด ๆ เลย

 2. นึกภาพในแง่บวก

บางทีความสามารถที่ทรงพลังที่สุดในตัวเราก็คือ ความสามารถในการสร้างภาพขึ้นมาในหัวและจินตนาการว่าเราบรรลุเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว

ให้ลองนึกภาพของเป้าหมายและชีวิตในฝันที่ชัดเจนและน่าตื่นเต้น แล้วฉายภาพนี้ในหัวซ้ำไปซ้ำมา ชีวิตของเราจะดีขึ้นได้จากการมีภาพในหัวที่ดีขึ้น เรามองเห็นตัวเองในโลกภายในอย่างไร เราก็จะ “เป็น” อย่างนั้นในโลกภายนอกด้วย

 3. ผู้คนที่คิดบวก

การเลือกคบคนที่เราใช้ชีวิตด้วย ทำงานด้วย หรือเกี่ยวข้องด้วยนั้นมีผลต่อารมณ์และความสำเร็จของเรามากกว่าปัจจัยอื่นใด เลือกสานสัมพันธ์กับผู้ชนะ คนคิดบวก คนที่มีความสุขและมองโลกในแง่ดี และคนที่มีเป้าหมายในชีวิต  หลีกเลี่ยงคนที่ชอบคิดลบให้ได้ในทุกกรณี คนกลุ่มนี้เป็นต้นตอสำคัญของชีวิตที่ไม่มีความสุข

4. อาหารสมองในแง่บวก

ร่างกายของเราจะแข็งแรงเมื่อเรากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการ สมองของเราก็ไม่ต่างกัน มันจะแข็งแรงเมื่อเราหล่อเลี้ยงมันด้วย “โปรตีนทางความคิด” แทนที่จะเป็น“ลูกกวาดทางคิด” 

อ่านหนังสือ นิตยสาร และบทความที่ให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ หรือกระตุ้นแรงจูงใจ ฟังซีดีที่มีเนื้อหาในแง่บวกและสร้างสรรค์ระหว่างขับรถ ทั้งนี้เราต้องหล่อเลี้ยงสมองด้วยข้อมูล ข้อความในแง่บวก และแนวคิดที่สร้างกำลังใจให้ฮึกเหิม จะทำให้เรามีความสุข มีความมั่นใจในตัวเองและโลกรอบตัวมากขึ้น หรือเพิ่มพูนความสามารถและความเชี่ยวชาญในอาชีพของเราอยู่เสมอ

นอกจากนี้เลือกดูรายการโทรทัศน์ คลิปวิดีโอที่เน้นให้สาระความรู้ รวมถึงหลักสูตรออนไลน์และสื่ออื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มพูนความรู้ของเรา ทำให้รู้สึกดีกับตัวเอง

5. การพัฒนาและฝึกอบรมในแง่บวก 

เกือบทุกคนในสังคมเริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด บางคนอาจไม่มีเงินติดตัวเลยด้วยซ้ำ ทุกคนที่อยู่บนจุดสุดยอดในวันนี้ล้วนเคยอยู่ในจุดต่ำสุดมาก่อน และบางคนก็เคยตกลงไปสู่จุดเดิมมาแล้วหลายครั้งอีกด้วย

ความมหัศจรรย์ของการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองไปตลอดชีวิตสามารถพลิกชีวิตของเราให้ดีขึ้นได้ จากล้มเหลวกลายเป็นสำเร็จ จากยากไร้กลายเป็นมั่งคั่ง  เมื่อเราอุทิศตัวเองให้กับการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง จนกลายเป็นคนที่มีความคิดและการกระทำที่ดี มีประสิทธิภาพมากขึ้น เราก็จะก้าวขึ้นไปสู่จุดที่สูงขึ้นได้

6. นิสัยด้านสุขภาพในแง่บวก 

จงดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดี เลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการ กินอย่างพอประมาณและสมดุล อาหารที่ดีจะส่งผลในทางบวกต่อความคิดและความรู้สึกได้โดยทันที

ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 200 นาทีต่อสัปดาห์ ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างการเดิน การวิ่ง การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน หรือการใช้เครื่องออกำลังกายอื่น  ๆเมื่อเราออกกำลังกายเป็นประจำ เราจะมีความสุขและมีสุขภาพที่ดีขึ้น ทั้งยังรู้สึกเครียดและเหนื่อยล้าน้อยกว่าการนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์ตลอดช่วงเวลาว่าง

ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ต้องพักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอ ต้องได้รับการชาร์จแบตเตอรี่เป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อเราผ่านช่วงเวลาแห่งความเครียด หรือความยากลำบากมา นิสัยแย่ด้านสุขภาพ ความเหนื่อยล้า การไม่ออกกำลังกาย และการทำงานอย่างต่อเนื่องไม่หยุดพัก ล้วนส่งผลให้เกิดอารมณ์ในแง่ลบ

7. ความคาดหวังในแง่บวก 

การมีความคาดหวังในแง่บวก เป็นหนึ่งในเทคนิคที่ทรงพลังที่สุด เราสามารถนำไปใช้เพื่อเปลี่ยนตัวเองเป็นคนคิดบวกและเพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม สิ่งใดที่ตามที่เราคาดหวังไว้อย่างมั่นใจมักจะมีเแนวโน้มที่จะกลายเป็นความความจริง

เนื่องจากเราควบคุมความคาดหวังได้ เราจึงควรคาดหวังในสิ่งที่ดีที่สุด เช่น คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จ คาดหวังจะบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเราคาดหวังสิ่งดี ๆ สิ่งเหล่านั้นมักจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนแทบจะไม่พบเจอความผิดหวัง

ข้อมูลจาก หนังสือจูบกบตัวนั้นซะ



View My Stats