เรื่องราวน่ารู้ » ค้นความคิด ถ่ายทอดความรู้สึกจากหัวใจของผู้หญิงที่งานของเธอคือการเป็นแม่

ค้นความคิด ถ่ายทอดความรู้สึกจากหัวใจของผู้หญิงที่งานของเธอคือการเป็นแม่

27 July 2017
140   0

ทำไมแม่หลายคนถึงดูถูกบทบาทตัวเองในฐานะแม่

ทำไมในผู้คนในสังคมของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมตะวันตก และรวมถึงอีกหลายประเทศในแถบเอเชีย ในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา มักไม่ตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทคนเป็นแม่

ทำไมคุณแม่หลาย ๆ คนถึงต้องต่อสู้เพื่อให้ได้รับรู้ความรู้สึกของ “ความสำเร็จ” ในพื้นที่อื่น ๆ ของชีวิตควบคู่ไปกับการเลี้ยงดูลูกเล็กไปด้วย และทำราวกับว่านั่นคือความถูกต้อง โดยไม่ต้องตั้งคำถามเลยว่านี่คือหนึ่งในความสำเร็จสำคัญที่คนคนหนึ่งจะทำได้

 

ความรู้สึกของคนเป็นแม่

“ค่ะ หนูเป็นแม่คะ” แม่อายุยังสาวคนหนึ่งกล่าวตอบคำถามด้วยความรู้สึกค่อนข้างเขินอาย เมื่อมีใครถามว่า ทำงานอะไรอยู่ แค่เลี้ยงลูกอย่างเดียวหรือ

เป็นเวลานับครั้งไม่ถ้วนที่ฉันนั่งลงบนเตียงหลังจากที่พาลูกเข้านอน แล้วบอกกับสามีด้วยน้ำตาอาบแก้มว่า “ฉันเกลียดความรู้สึกที่เหมือนว่าไม่ได้ทำอะไรเลย” แต่สามีของฉันก็มักจะมองหน้าและปลอบใจฉันว่า “ไม่ใช่เลย คุณทำอะไรตั้งมากมาย โอ้อัลลอฮฺ”

ฉันยังไม่ได้นึกย้อนไปดูว่ามีนิทานกี่เรื่องที่ฉันได้อ่านให้ลูกฟังก่อนนอนหรืออาหารกี่ช้อนที่ป้อนให้ลูกกิน ฉันนึกถึงแต่เพียงความว่างเปล่าที่มีอยู่ในใจ การเป็นแม่แบบเต็มเวลา full-time mother ทำให้รู้สึกว่าชีวิตไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่สังคมบอกว่าอะไรคือความจริงแท้ของชีวิต

ฉันตัดสินใจที่จะอยู่บ้านเลี้ยงดูลูกสาวตัวน้อย เพราะรู้สึกว่านี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกและตัวฉันเองจริง ๆ ซึ่งลึก ๆ ในใจก็รู้ว่าตัวเองตัดสินใจถูกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกเศร้า อาย และรู้สึกผิด ที่มีอยู่ล้นเอ่อไว้ข้างใน

ฉันไม่ได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ฉันไม่มีเงินเดือน และฉันไม่ได้มีตำแหน่งใด ๆ ในสังคม และเมื่อถึงตอนท้ายของวัน แน่นอนว่าฉันจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองได้อย่างไร ฉันจึงเคยคิดว่านี่คือปัญหาทางจิตใจของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ฉันก็รู้สึกประหลาดใจที่พบว่าคุณแม่คนอื่นๆ ที่เลี้ยงลูกอยู่กับบ้านและแม้กระทั่งคนที่ต้องกลับไปทำงานหรือไปเรียนหนังสือ ก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน “ค่ะ หนูแค่เป็นแม่คะ” แม่ยังสาวคนหนึ่งบอกอย่างเขินอาย เมื่อมีคนถามว่าเธอทำงานอะไร ทำให้ฉันรู้ว่าต้องมีบางอย่างที่ผิดปกติไปจริง ๆ ไม่ใช่แค่ฉันที่รู้สึกแบบนั้น

ดังนั้น ฉันจึงเริ่มย้อนกลับไปตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าความรู้สึกเช่นนี้มาจากไหน ทำไมคุณแม่หลายคนถึงได้ดูแคลนบทบาทการเป็นแม่ของตัวเอง  สังคมได้โน้มน้าวตัวฉันและแม่คนอื่น ๆ อย่างไร ถึงทำให้เราเชื่อว่าคุณค่าของความเป็นผู้หญิงคือการที่เรามีความสามารถในการทำงานอื่นๆ นอกเหนือจากพื้นที่ของการเลี้ยงดูลูก

ฉันค้นความรู้สึกกลัดกลุ้มในหัวใจของตัวเอง ฟังแม่คนอื่นๆ และเริ่มอ่านหนังสือในหัวข้อที่เกี่ยวข้อง สำคัญที่สุด คือ ฉันขอพรต่อพระเจ้าสำหรับแนวทางที่ถูกต้อง เพราะรู้ว่ามีเพียงพระองค์เท่านั้นที่จะทำให้หัวใจของฉันสงบ

ดูเหมือนว่าสิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ มนุษย์ทุกคนต่างต้องการความรู้สึกที่ว่าตัวเองนั้นสมบูรณ์ เป็นความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและได้มีส่วนร่วมทำอะไรบางอย่างให้กับคนรอบข้าง อัลลอฮฺได้มอบแนวทางต่าง ๆ มากมายนับไม่ถ้วนเพื่อที่จะเติมเต็มความต้องการนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความช่วยเหลือครอบครัว ชุมชน และการทำงาน เพียงเพื่อให้ได้ชื่อว่ามีงานทำ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ช่วงเวลาระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิสตรี คุณแม่จำนวนมากได้เข้าไปมีส่วนร่วมทำงานสังคม ไปมีหน้าที่ในพื้นที่อื่นของชีวิต

หน้าที่ในการสร้างครอบครัวเพื่อลูกและการฝึกฝนพัฒนาการให้กับเขากลายเป็นสิ่งเทียบเท่ากับการไม่ได้ทำอะไรเลย สังคมเคยบอกฉันว่าการทำหน้าที่แม่นั้นเป็นสิ่งที่สูงส่ง น่ายกย่อง ได้สร้างประโยชน์ต่อมนุษยชาติมานับร้อยปี กลับกลายเป็นหน้าที่เล็กน้อยที่ใครก็สามารถทำควบคู่กันไปกับงานอื่น ๆ ได้ เป็นหน้าที่พิเศษที่เพิ่มขึ้นมา โดยงานที่สำคัญจริง ๆ แล้ว คือการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน การสร้างความเป็นมืออาชีพให้ตัวเอง และการมีส่วนร่วมกับสังคม

 

 

เมื่อทบทวนแนวคิดเรื่อง “แม่” ใหม่อีกครั้ง

ความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก เป็นความสัมพันธ์ที่ผูกพันแน่นแฟ้นมากกว่าความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่น แม่ทำหน้าที่สอนลูกด้วยความห่วงใย เอาใจใส่ และให้ความรัก ทำให้เรากลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์

ผลการวิจัยชี้ว่าสำหรับสังคมส่วนใหญ่แล้วความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการเป็นแม่เป็นสิ่งจำเป็น ที่ดูเหมือนว่าจะแฝงอยู่ในความชอบธรรมทางการเมืองที่ชี้นำบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องแม่ ใครที่มีความคิดที่ถูกต้องจะต้องกล้าที่จะภาคภูมิใจในการเลี้ยงดูลูกของตัวเอง มีความจริงพื้นฐานที่มีการศึกษากันมาแล้วว่าทารกและเด็กเล็กต้องการความรักจากแม่มากเทียบเท่ากับความต้องการอาหาร การออกกำลังกาย และแสงแดด นี่ไม่ใช่แค่เป็นสิ่งที่ดี แต่ถือเป็นสิ่งจำเป็นกับพวกเขามาก

 

สำหรับความสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นๆ  นั้นมีน้อยมากที่จะแนบแน่นได้เท่ากับความสัมพันธ์ของแม่ลูก

ความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกเป็นมากกว่าความสัมพันธ์แบบอื่น ๆ แม่คอยพร่ำสอนด้วยความห่วงใย เข้าอกเข้าใจและด้วยความรัก ซึ่งทำให้พวกเขาเติบโตเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ หากปราศจากสิ่งเหล่านี้แล้ว พวกเขาก็คงจะเติบโตขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด ในความจริงแล้ว นักจิตวิทยาได้ออกมายืนยันผลกระทบในทางลบของการขาดแม่ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาในสังคมตะวันตก ซึ่งมีการศึกษาในเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง

การมีประสบการณ์ที่มีร่วมกันระหว่างทารกและแม่ไม่ใช่สิ่งที่เป็นทางเลือกที่เกินความจำเป็นแต่อย่างใด หากแต่เป็นจำเป็นต่อการพัฒนาสมองของเด็ก เนื่องจากจะมีการสร้างเส้นทางของการเรียนรู้และเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของสมอง ประสบการณ์ในช่วงต้นของชีวิตกระตุ้นการแสดงออกของยีนและส่งผลต่อกระบวนการภายในสมอง โดยเซลล์ประสาทกว่าพันล้านเซลล์ในสมองจะได้รับกระตุ้นให้เกิดการรับรู้และส่งผลต่อการเรียนรู้ พฤติกรรม และกระบวนการทางชีวภาพ นำไปสู่การมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ

ดังนั้น ฉันต้องค่อย ๆ ฝึกตัวเองใหม่ แม้ว่าสังคมอาจจะบอกฉันว่า ฉันยังเป็นผู้หญิงที่ดีอยู่และยังเป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในขณะที่ฉันก็เป็นแม่ของลูก ๆ ด้วย

ฉันฝึกตัวเองใหม่ให้เห็นว่าการเป็นแม่ไม่ใช่งานที่ถูกกดขี่ที่จะต้องไปให้คนอื่นทำหน้าที่แทนอย่างเลี่ยงไม่ได้ อันที่จริงแล้วนี่คืองานที่น่ายกย่องสำหรับผู้หญิงที่เลือกจะทำหน้าที่นี้ และคนเป็นแม่ควรได้รับการยกย่องมากเท่า ๆ กับบทบาทอื่น ๆ ในชีวิต

ฉันฝึกตัวเองใหม่ให้เห็นว่า ฉันจะไม่ยอมลดคุณค่าในตัวเอง

ฉันยังฝึกตัวเองให้เห็นว่าความพยายามและความยากลำบากที่ฉันเผชิญในฐานะแม่นั้นไม่สูญเปล่า แต่เป็นโอกาสที่ทำให้ฉันได้รับรางวัลและใกล้ชิดอัลลอฮฺมากขึ้น

และที่ฉันลืมไม่ได้ คือฉันหันเข้าหาอัลกุรอานและซุนนะห์ เข็มทิศและทางนำชีวิตของฉัน ที่มีถ้อยคำและคำสอนมากมายเกี่ยวกับความสำคัญของแม่ และขอพรให้หัวใจของฉันมองเห็นสัจธรรมที่อยู่ในนั้น

 

 

 

 

 

 

 



View My Stats