พัฒนาตนเอง » ทำอย่างไรให้ความฝันของเรากลายเป็นความจริงของชีวิต

ทำอย่างไรให้ความฝันของเรากลายเป็นความจริงของชีวิต

20 April 2017
118   0

คนเราทุกคนล้วนมีความฝัน มีความปรารถนาที่อยากมีชีวิตแบบใด แบบหนึ่ง ทำงาน ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ ฝันของใครแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ความฝันมักจะทำให้เรามีความรู้สึกที่สวยงามและทำให้ชีวิตมีความหวัง ไม่ผิดที่เราจะฝัน แต่ฝันแล้วทำอย่างไรให้ไม่เป็นแค่ ฝันกลางวัน ลมลมแล้งแล้ง หรือสวนทางกับความจริง เรามารู้จึกกับความฝัน และความจริงของชีวิต ทำอย่างไรให้ทั้งสองอย่างมาบรรจบกัน ซึ่งก็หมายถึง ความสำเร็จในชีวิต นั่นเอง

  • ความฝันต้องสอดคล้องกับความจริง 

เรามักจะ “ฝันกลางวัน” ที่ห่างไกลจากความจริงเกินไป และ “ฝันกลางวัน” เป็นการปลอบใจตัวเอง หรือกระทั่งนำมาเป็นเป้าหมายชีวิต อันที่จริงแล้วใช่ว่าเราจะเอา “ฝันกลางวัน” มาเป็นจุดหมายชีวิตไม่ได้ เพราะบางครั้งความฝันก็เป็นแรงผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า แต่มีเงื่อนไขว่าความฝันต้องสอดคล้องกับความจริง

จากประวัติของบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมาย เราจะพบว่าคนเหล่านี้ต้องดิ้นรนต่อสู้หลายปีจึงจะประสบความสำเร็จ อาทิ เจ.อาร์. โทลคีน นักเขียนชาวอังกฤษ ใช้เวลาครึ่งชีวิตในการเขียนวรรณกรรมยิ่งใหญ่เรื่อง ลอร์ดออฟเดอะริงส์ ทั้ง 3 ภาค ซึ่งหากปราศจากความฝัน ความปรารถนาอย่างแรงกล้า ไม่มีความฝันมารองรับ เขาจะมีแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้หรือ ถ้าหากไม่มีแรงผลักดันจากความฝัน พวกเขาจะยอมอุทิศเวลาอันมีค่าถึงขนาดนี้หรือ

ศิลปินจำนวนมากใช้เวลาหลายปี กระทั่งหลายสิบปี ในการทำงานจิตรกรรมชิ้นหนึ่ง หรือเขียนนิยายเล่มหนึ่ง ต้องใช้ชีวิตด้วยความอัตคัดเพียงใดก็ไม่ใส่ใจ ขอเพียงทำความฝันให้เป็นจริง ถึงแม้จะบากบั่นมานานหลายปียังไม่ประสบความสำเร็จ ก็ไม่ละทิ้งความฝันไปเสียง่าย ๆ คนที่มีโลกส่วนตัวและความฝันอันแรงกล้าบางทีอาจดูประหลาดในสายตาใคร ๆ แต่นี่ถือเป็นคุณสมบัติล้ำค่าของพวกเขาคนที่ไม่มีความฝันย่อมจะไม่มีแรงผลักดันและไม่อาจลงมือทำ ได้แต่อยู่ไปวัน ๆ

อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่า ความสำเร็จทั้งหมดของคนเราจะมาจากความฝันเพียงอย่างเดียว พื้นฐานสำคัญที่ทำให้ความฝันเป็นจริงก็คือความสามารถที่เป็นจริงของเราด้วย 

  • ความสามารถที่เป็นจริง….จากการลงมือทำ

น่าเสียดายที่คนจำนวนไม่น้อยอยากประสบความสำเร็จด้านการงานแต่กลับไม่ลงมือทำ เพื่อให้ความฝันเป็นจริง ก่อนอื่นควรทำให้เกิดความปราถนาอย่างแรงกล้า ให้กลายเป็นจุดมุ่งหมายที่เป็นรูปธรรมชัดเจน จากนั้นก็ลงมือทำทันที เพื่อมุ่งสู่จุดหมาย ประสบการณ์ของความสำเร็จบอกให้เรารู้ว่า ถ้าไม่ทุ่มเท พยายาม ความฝันไม่ว่าจะยิ่งใหญ่เพียงใดก็ได้แค่ฟองสบู่  การอิงอยู่กับความเป็นจริงคือพื้นฐานที่ถูกต้อง และการลงมือทำก็เป็นดั่งสะพานทอดยาวสู่ฝัน ดังนั้นเราจึงต้องยืนอยู่บนความจริง แล้วก้าวสู่ความฝันทีละก้าว จึงจะประสบความสำเร็จในที่สุด

  • เตรียมตัว….ตื่นจากฝัน

แม้ว่าเราจะมีความกล้ามากพอที่จะก้าวเดินตามฝัน แต่ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะไม่พบกับการผันแปร หรือไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิด ดังนั้นในขณะที่ฝัน เราจึงต้องเตรียม “ตื่น” ด้วย

ชีวิตคนเราย่อมจะต้องพบเจอกับอุปสรรคและความทุกข์ทรมานเป็นเรื่องปกติธรรมดา ภายใต้สภาพความเป็นจริงเช่นนี้ การเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสมและหาวิธีการจัดการกับปัญหาเป็นสิ่งจำเป็นมาก แม้จะต้องพบเจอกับอุปสรรคมากมายเพียงใด หากเตรียมพร้อมอย่างเหมาะสม มุ่งมัน แสวงหาหนทางแก้ไข ย่อมพบทางออก แต่ถ้าไม่มีพลังหรือวิธีจัดการปัญหาอย่างเพียงพอก็ย่อมล้มเหลว

เมื่อต้องเผชิญอุปสรรค สิ่งแรกที่เราต้องทำก่อนคือ “กล้ายอมรับ” เราต้องกล้ายอมรับความพ่ายแพ้  และทำความเข้าใจกับสภาพปัญหาที่แท้จริง ครุ่นคิดหาสาเหตุของปัญหาอย่างมีสติ ทบทวนตัวเองอย่างตรงไปตรงมาแล้วแก้ไข จะทำให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น เวลาเจอกับอุปสรรคควรทำความเข้าใจว่า “นี่เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด” แม้ว่าจะรุนแรงไปหน่อย แต่ก็เป็นบทเรียนที่มีค่า  ที่เราสามารถจดจำได้อย่างแม่นยำ คนที่ฉลาดที่สุดก็ยังไม่กล้าบอกว่าตนไม่เคยพ่ายแพ้ เพราะความพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า จะช่วยให้เรามีประสบการณ์ที่หลากหลาย ทำให้มีความระแวดระวังและเติบโตขึ้นในการใช้ชีวิต

ดังนั้นเราจึงต้อง “ตื่น” อยู่เสมอ เพื่อพร้อมเผชิญกับอุปสรรคที่อาจต้องพบเจอ ขัดขวางเส้นทางสู่เป้าหมายของเราเอง เพื่อไปถึงฝันที่สวยงามหอมหวานของชีวิต

เมื่อคนเรามีความฝันที่งดงามย่อมมีความหวังตามมา ควรสร้างความฝันในชีวิตให้ดี จากนั้นเชื่อมโยงกับความจริง ก้าวไปสู่ความฝันอย่างกล้าหาญ เมื่อความฝันกับความจริงสอดคล้องกัน เราก็จะมีจุดหมาย มีความเป็นไปได้ และมีแรงผลักดัน ความฝันนั้นจะไม่ใช่เพียงความฝัน แต่สักวันหนึ่งจะกลายเป็นความจริง

ข้อมูลจาก 33 ความคิดพลิกชีวิตสู่ความสำเร็จ

 



View My Stats