พัฒนาตนเอง » เราจะใช้เวลา 3 ชั่วโมงในตอนเช้าให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

เราจะใช้เวลา 3 ชั่วโมงในตอนเช้าให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

20 July 2017
162   0

 

การจะทำงานให้เก่งมีประสิทธิภาพได้นั้น เราอาจจะต้องเป็นคนที่ตื่นเป็นเวลา ไปถึงที่ทำงานและนั่งลงกับเก้าอี้ทำงานแบบไม่มีพลัง แรงจูงใจหรือเป้าหมายในการทำงาน เราต่างก็อยู่ในสังคมที่การผัดวันประกันพรุ่งอยู่แค่ที่ปลายนิ้ว ด้วยกับการใช้โซเชียลมีเดียและการเข้าใช้งานสมาร์ทโฟนที่แสนจะสะดวก ง่ายดาย ซึ่งรบกวนสมาธิเราอย่างไม่หยุดหย่อน

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีวิถีทางที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้ วิธีที่จะเปลี่ยนรูปแบบชีวิตการทำงานในแต่ละวันของเราให้มีความสุขมากขึ้น ทำงานสำเร็จมากขึ้น และมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น

วิธีที่จะกล่าวถึงนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับช่วงเวลายามเช้าของเรา

หากเราเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบการทำงานในช่วงเช้า นี่อาจจะถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนความคิดนี้ไป เนื่องจากมีผลการวิจัยพบว่าการทำงานที่ต้องบังคับตัวเองให้ทำงานในช่วงเวลาที่สมองของเราไม่มีพลัง เพราะเราคิดว่าเรามีเวลาทั้งวันในการทำงานให้เสร็จ ซึ่งอันที่จริงแล้วเมื่อล่วงเวลามาหลายชั่วโมงในวันนั้นสมองของเราก็เข้าสู่โหมดที่ต้องการพักแล้ว และนั่นทำการมีสมาธิในการทำงานเป็นเรื่องยากยิ่งขึ้น

เปรียบเหมือนร่างกายของเรา ที่การออกกำลังกายจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อเราทำแบบใช้เวลาสั้น ๆ แต่เข้มข้น มากกว่าที่จะใช้เวลานาน ๆ  ยืดออกไป เช่น กระบวนการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังจากการออกกำลังกายอย่างจริงจัง

นั่นหมายความว่า วิธีที่ดีที่สุดที่จะบรรลุสู่การทำงานให้ได้ผลดีที่สุดคือการโฟกัสกับงานอย่างจริงจังในช่วง 3 ชั่วโมงแรกของวัน เพราะนี่คือเวลาที่ดีที่สุดของในทำงานของสมอง หลังจากตื่นนอนเราจะมีความตั้งใจจริง ความมีวินัยและการควบคุมตัวเองในระดับที่ดีมาก

3 ชั่วโมงแรกช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน 1 วันของคุณอย่างไร

หลังจากที่เราตื่นนอนในตอนเช้า ระดับพลังงานของร่างกายอยู่ในระดับที่สูงที่สุด และจะค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ ในระหว่างวัน ซึ่งทำให้การที่เราจะมีสมาธิในการทำงานและการตัดสินเรื่องต่าง ๆ ทำได้ยากขึ้น

ในช่วงเวลาที่คุณมีพลังที่จะทำงานได้มากที่สุด สร้างกิจวัตรประจำวันโดยให้ช่วงเวลา 3 ชั่วโมงแรกเป็นเวลาของการทำงานที่เข้มข้นจริงจัง ด้วยสมาธิที่แน่วแน่และปราศจากสิ่งรบกวนจะทำให้เราสามารถทำงานในส่วนใหญ่ของงานที่ต้องทำทั้งวันได้มากที่สุด แล้วช่วงเวลาที่เหลือของวันนั้นสำหรับการพักผ่อนสมองและทำงานในส่วนที่ไม่ต้องใช้ความพยายามมากเท่าไร

เราจะใช้เวลา 3 ชั่วโมงในตอนเช้าให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไร

เวลายามเช้าของคุณคือกุญแจของความสำเร็จของวัน ดังนั้นที่ดีที่สุดคือต้องเริ่มจากความเชื่อที่มีต่อเวลาในตอนเช้า หมายความว่า เราต้องเข้านอนในเวลาที่เหมาะสม ให้ได้นอนหลับพักผ่อนเต็มอิ่มในตอนกลางคืน จะได้ตื่นนอนอย่างสดชื่นและพร้อมสำหรับการทำงานในวันใหม่

ตื่นนอนเร็วที่เร็วเท่าที่จะทำได้

ต้องพยายามที่จะเริ่มต้นกิจวัตรด้วยการตื่นเช้า ๆ เพราะยิ่งเรามีเวลาในตอนเช้ามากเท่าไร เราจะยิ่งมีเวลาสำหรับการทำงานให้มีประสิทธิภาพในวันนั้นมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ ร่างกายและจิตใจของเราก็จะคุ้นชินกับการตื่นเช้าและเริ่มกลายเป็นธรรมชาติของตัวคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราตระหนักถึงประโยชน์แท้จริงของการตื่นเช้า

รับประทานอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยโปรตีน

การเริ่มต้นวันด้วยกิจวัตรการรับประทานอาหารที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นและนั่นถือเป็นการกระตุ้นการทำงานสมองและอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายที่ถูกต้อง ทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ อาหารเช้าที่อุดมไปด้วยโปรตีนจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและยับยั้งอาการหิวในช่วงเวลาต่อมา

หลีกเลี่ยงการกระตุ้นตัวเองแบบไม่เป็นธรรมชาติ

การตื่นนอนเร็ว ทำให้เรามักจะต้องคว้ากาแฟมาดื่มกันสักแก้วเพื่อให้รู้สึกว่าตื่นเต็มที่ แต่นั่นคือสิ่งที่เราต้องหลีกเลี่ยงในการตื่นนอนตอนเช้า เพราะจะทำให้เราตื่นแบบไม่เป็นธรรมชาติ  วิธีที่จะทำให้เราตื่นดีกว่าการดื่มกาแฟคือการได้อาบน้ำ โดยช่วงที่เราใกล้จะอาบน้ำเสร็จ ก็ให้เปลี่ยนเป็นน้ำเย็นแทนน้ำอุ่น จะช่วยกระตุ้นให้รู้สึกตื่นอย่างสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

ตั้งสติ

การมีสมาธิถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะทำให้เราได้เคลียร์ความคิด ตั้งมั่นจิตใจของตัวเองในตอนเช้า ก่อนที่จะเริ่มต้นทำงาน จะช่วยให้เรารู้เป้าหมายที่มีในวันนั้นอย่างชัดแจ้ง หรือแม้กระทั่งสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตัวเองให้พร้อมรับมือกับปัญหาที่อาจต้องพบเจอในระหว่างการทำงาน ดังนั้นจึงจำเป็นต้อง ตั้งสติกับตัวเอง ก่อนที่จะออกจากบ้าน ในระหว่างเดินทาง หรือเมื่อมาถึงที่ทำงานแล้ว

ขจัดความว้าวุ่นใจไปให้หมด

ความสวยงามของการตื่นนอนแต่เช้าตรู่คือการที่เราไม่ต้องพบเจอกับผู้คนมากมายที่สร้างความเครียด รบกวนจิตใจของเรา ต้องตั้งใจให้มั่นว่าจะไม่วางโทรศัพท์ไว้ใกล้มือและพยายามที่จะไม่เช็คโซเชียลมีเดียหรืออีเมล์ในช่วง 3 ชั่งโมงแรกของการทำงานต่อไปนี้ อาจจะใส่หูฟังเปิดฟังเสียงนก เสียงธรรมชาติก็จะช่วยให้สมองมีสมาธิดีขึ้นและไม่ได้ยินเสียงรบกวนจากภายนอกที่คอยทำลายความตั้งใจในการทำงานของเรา

การใช้เวลาตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นวันของการทำงาน ทำงานให้ได้มากที่สุดนับตั้งแต่ 3 ชั่วโมงแรกของการทำงาน อาจดูเหมือนว่าจะเป็นวิธีที่ทำยากสักหน่อย โดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ ที่ยังต้องสร้างความเคยชินให้กับตัวเอง แต่หลังจากนั้นเราจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของความสำเร็จและประสิทธิภาพในการทำงานที่มากขึ้น การโฟกัสทำงานใน 3 ชั่วโมงแรกจะทำให้เราทำงานเสร็จมากกว่าการใช้เวลาทั้งวันรวมกัน หลังจาก 3 ชั่วโมงที่เต็มที่ เราอาจหยุดพักเบรก เพื่อผ่อนคลาย ลุกออกจากโต๊ะที่นั่งทำงานออกไปเดิน ช่วงเวลาที่ผ่อนคลายนี้อาจกลายเป็นเวลาที่ทำให้เราเกิดไอเดียใหม่ ๆ ในการทำงานต่อไปก็ได้

ดังนั้นจึงต้องฉวยโอกาสยามเช้าของเราไว้ให้มากที่สุด เพื่อสร้างวันที่มีคุณค่า เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพการทำงานและความสุข

 

http://www.lifehack.org/465012/being-productive-is-about-using-the-morning-well-heres-the-trick-you-should-start-today



View My Stats