รอบรู้เรื่องลูก » วิธีอัดฉีดความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก

วิธีอัดฉีดความคิดสร้างสรรค์ให้กับเด็ก

28 June 2017
135   0

Gerard I. Nierenberg ผู้เขียนหนังสือชื่อ Art of Creative Thinking หรือ ศิลปะแห่งการคิดสร้างสรรค์ ได้กล่าวไว้ว่า “รางวัลชีวิตของพวกเรา ไม่ได้มาจากการมีสมอง แต่มาจากการใช้สมอง”  ดังนั้นเราทุกคนต้องใช้สมอง เมื่อมีสมองแล้ว หากไม่ลับ ให้คม ไม่คิด ไม่ใช้อยู่เสมอ ก็จะไม่เกิดประโยชน์ แล้วจะมีคุณค่าได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูก ยิ่งจำเป็นที่จะต้องฟูมฟักสมองของลูก ให้เขารู้จักใช้สมอง ใช้ความคิด อันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวของเขาเองในอนาคต ทั้งนี้หนึ่งในการใช้ความคิดที่น่าจะมีประโยชน์ต่อตัวเด็กในโลกทุกวันนี้ ที่จะช่วยให้เขามีความคิดใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ หาวิธี หาหนทางใหม่ ๆ สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตได้ ไม่จนมุม ไม่ติดกับดักความคิด อีกทั้งยังอาจช่วยสร้างประโยชน์แก่ผู้อื่นได้อีกด้วย นั่นก็คือ การฝึกให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ 

ความคิดสร้างสรรค์ คือ กระบวนการทางปัญญาระดับสูงที่ใช้กระบวนการทางความคิดหลาย ๆ อย่างมารวมกัน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือแก้ปัญหาที่มีอยู่ให้ดีขึ้น โดยความคิดสร้างสรรค์ต้องอาศัยการมีอิสรภาพทางความคิด

เราสามารถอัดฉีดความคิดสรรค์ให้กับลูกได้ดังต่อไปนี้

  1. ให้เด็กคลุกคลีกับคนที่มีความคิดสร้างสรรค์
  2. พ่อแม่ต้องสร้างอารมณ์ขันให้ตัวเองและลูก ๆ อยู่เสมอ หัวเราะและยิ้มเข้าไว้
  3. ให้เด็กคิดเสมอว่าทุกอย่างเป็นไปได้
  4. พยายามให้เด็กคิดถึงตัวเองในแง่ดี
  5. กระตุ้นความคิดของลูกด้วยคำถามว่า ถ้า…เช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้ากบสูญพันธ์ุไปจากโลก เป็นต้น
  6. ให้ลูกฝึกคิดสิ่งใหม่ ๆ หาแนวทางใหม่ ๆ ที่จะนำมาแก้ปัญหา
  7. เล่นเกมส์สมมุติกับลูก เช่น สมมุติว่าเราเป็นนก เราจะทำอะไรบ้าง
  8. อย่ามองข้ามความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเด็ก ที่อาจะเป็นทางออกที่แก้ปัญหาใหม่ ๆ ได้
  9. ค้นหาหนทางที่แสดงออกถึงความสามารถที่สร้างสรรค์ของลูกคุณให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการวาด การพูด การเขียน การประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ
  10. ถ้าเด็กมีอาการเหม่อ หรือฝันกลางัน อย่าไปตำหนิติเตียน ปล่อยให้เขาฝันไปจนจบเพราะการฝันกลางวัน เป็นอาการ “ฟักไข่ทางความคิด” อย่างหนึ่งของเด็ก
  11. ถ้าเด็กถนัดมือซ้าย อย่าบังคับให้เขาเขียนมือขวา อย่างไรก็ดี ควรหัดให้เด็กที่ถนัดมือซ้ายหรือขวา ได้ใช้มืออีกข้างที่ไม่ถนัดให้ทำงานเท่า ๆ กัน จะช่วยให้สมองของเขาพัฒนาอย่างสมดุลมากขึ้น
  12. สนับสนุนให้เด็กเล่นเกมส์ที่ใช้การขบคิดและวางแผน เช่น หมากรุก บริดจ์ โอเทโล หมากฮอส เป็นต้น
  13. พยายามให้เด็กลองใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ กะเกณฑ์ของหรือน้ำหนักแทนการใช้เครื่องมือชั่ง ตวง วัด
  14. ฝึกให้เด็กทำการบ้านโดยไม่ใช้เครื่องทุ่นแรง เช่น เครื่องคิดเลข
  15. ให้เด็กลองทำเรื่องที่ยังไม่จบ เช่น เวลาอ่านหนังสือที่ยังไม่จบ ให้เด็ก ๆ ลองเขียน หรือเล่าเรื่องต่อให้จบตามจินตนาการของเขาเอง
  16. ให้เด็กสมมุติว่าเขากำลังเดินทางเข้าไปในความคิดของตัวเอง เช่น สมมุติว่ากำลังเดินเข้าไปในสมองของตนเอง สมมุติว่ากำลังเดินเข้าไปในระบบทางเดินอาหารของตัวเอง หรือสมมุติว่ากำลังเดินอยู่ในหุบเขาหรือริมห้วย เป็นต้น
  17. ให้เด็กแยกแยะความแตกต่างระหว่างความก้าวร้าวกับความเชื่อมั่นในตัวเอง ให้เห็นความแตกต่างว่าการยืนยันความคิดของตนที่เหมาะสมนั้น ไม่ใช่การท้าทายหรือดึงดันอย่างไม่มีความรู้จริง ซึ่งต่างจากความคิดที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น

การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เด็ก ไม่ใช่เรื่องยากจนทำไม่ได้ หากเรารู้หลักการกระตุ้นก็จะทำได้ง่าย โดยฝึกให้เด็กคิดคล่อง คิดลื่นไม่ติดขัดเป็นพื้นฐานอยู่เสมอ ให้เขามีพื้นฐานว่าถ้าคิดให้ฉีกกรอบ ฉีกแนวเดิมจะป็นอย่างไร รวมทั้งการฝึกให้เป็นคนช่างสังเกต มีความละเอียดละออ คิดโยงใยคิดหลายชั้น คิดให้ซับซ้อน โดยที่ความคิดนั้นจะต้องเป็นไปในทางที่สร้างสรรค์ เป็นการคิดเชิงบวก ไม่ใช่เชิงทำลาย ทั้งนี้มักพบว่า อุปสรรคสำคัญในการพัมนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กคือ วิธีการเลี้ยงดูที่เข้มงวด ลงโทษ สั่งห้ามโน่น ห้ามนี่ ปกป้องเกินไป หรือแม้กระทั่งวิธีการสอนบางอย่างของครูในโรงเรียน ก็อาจเป็นการบั่นทอนความคิดดี ๆ ของเด็กไปได้มากมาย

ตัวอย่างกิจกรรมที่คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปให้กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของลูกได้ 

1.ให้ลองคิดหาคำที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า… เช่น คำว่าแม่ มีอะไรบ้าง เป็นต้น

2. ตั้งคำถามประเภทวิเคราะห์ คาดการณ์ เช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโลกนี้ไม่มีน้ำ เป็นต้น

3. อ่านประวัติบุคคลสำคัญ แล้วให้สังเกตความคิดหรือการค้นพบใหม่ของบุคลลเก่ง ๆ เหล่านั้น

4. สังเกตหน้าต่างบ้านของเราและเพื่อนบ้านมีกี่บาน บานไหนปิด บานไหนเปิด

5. ให้เวลา 1 วินาที หรือมากกว่านั้น เปิดตู้เย็นให้ลูกดู แล้วปิด จากนั้นถามว่าเขาเห็นอะไรบ้างในตู้เย็น

คำถามในลักษณะนี้จะฝึกให้เด็กรู้จักคิดนอกกรอบได้มากขึ้น มีจินตนาการมากขึ้น

ข้อมูลจาก สร้างลูกให้เป็นอัจฉริยะ ฝึกลูกรักให้เป็นนักคิด



View My Stats