สนุกกับงานบ้าน » เรียนรู้เทคนิคซักผ้าให้สะอาดดังใจ

เรียนรู้เทคนิคซักผ้าให้สะอาดดังใจ

3 November 2016
312   0

ซักผ้าคือหนึ่งในงานบ้านที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกคน ไม่ว่าใครก็ต้องสวมเสื้อผ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานการดำเนินชีวิต และเราจำเป็นต้องซักผ้าทุกชิ้นที่สวมใส่ หรือใช้งาน ผู้รับบทหนักสำหรับหน้าที่นี้แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคุณแม่บ้านที่ต้องคอยดูแลเรื่องเสื้อผ้าของสมาชิกทุกคนในบ้าน แต่ก็อาจจะมีสาวโสด หนุ่มโสด นักเรียน นักศึกษาที่อาศัยตามลำพังในหอพัก ก็ต้องซักผ้าด้วยตัวเอง การซักผ้าจึงถือได้ว่าเป็นกิจกรรมพื้นฐานสำคัญในชีวิตประจำวันของคนเราทุกคน การได้เรียนรู้เทคนิค วิธีการซักผ้าที่ถูกต้องหรือรับทราบข้อมูลที่เป็นแนวทางที่ช่วยให้การซักผ้าของเราง่ายขึ้น ไม่ใช่งานที่น่าเบื่อ ทั้งยังสามารถซักผ้าได้อย่างสะอาดสะอ้าน หอม นุ่ม น่าสวมใส่ จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีความจำเป็นไม่น้อย ดังนั้น เราจึงมีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับการซักผ้ามาฝากกัน

  1. รู้ค่าความเป็นด่างของผงซักฟอก เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับผ้า

ยิ่งผงซักฟอกนั้นมีค่าความเป็นด่างมากเท่าไร ก็ยิ่งซักได้สะอาดขึ้น แค่นำกระดาษลิตมัส กระดาษที่ใช้ทดสอบความเป็นกรด ด่าง และกลางของสารละลาย มาทดสอบกับผงซักฟอกก็จะรู้ค่านั้น

การเลือกใช้ผงซักฟอกให้ดูจากความสกปรกของเสื้อผ้าและเนื้อผ้า เช่น เลือกใช้น้ำยาซักผ้าที่มีคุณสมบัติ ค่า pH เป็นกลาง สำหรับเสื้อผ้าเนื้อดี เช่น ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ เสื้อชั้นใน และเลือกใช้สบู่ซักผ้าที่มีความเป็นด่างสูงสำหรับบริเวณที่ค่อนข้างสกปรก เป็นต้น

2. ไม่ควรซักผ้าแบบด่วนตามร้าน เพราะจะมีคราบผงซักฟอกตกค้าง

การซักเสื้อผ้าแบบด่วนตามร้านซักรีด เพราะต้องการประหยัดเวลานั้นไม่จำเป็นเลย เนื่องจากแต่ละขั้นตอนของการซักผ้านั้นจะมีเวลากำหนดค่อนข้างตายตัว หากร้องขอให้ร้านซักผ้าซักแบบด่วน ร้านก็จะซักอย่างรวดเร็วจนทำให้มีผงซักฟอกตกค้างตามเสื้อผ้า หรือเสื้อผ้าอาจยังไม่แห้งดีก็นมาส่งคืน

3. ผงซักฟอกที่มีพลังซักสูง ไม่ควรใช้ร่วมกับน้ำยาซักผ้าขาว

ผงซักฟอกที่ผสม “เอนไซม์” ช่วยเพิ่มพลังในการซัก จึงซักเสื้อผ้าได้สะอาดขึ้น กำจัดคราบสกปรกที่ฝังแน่นตามเสื้อผ้าได้ดี ส่วนน้ำยาซักผ้าขาวชนิดที่มีส่วนผสมของ “คลอรีน” นั้นจะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ จึงทำให้ประสิทธิภาพการขจัดคราบสกปรกลดลง ผ้าอาจซักได้ไม่สะอาดเท่าที่ควร ดังนั้นจึงห้ามใช้ผงซักฟอกสองแบบนี้ร่วมกันเด็ดขาด

4. น้ำยาซักผ้าสูตรเสริมออกซิเจนต้องใช้ชัดร่วมกับผงซักฟอกเท่านั้นจึงจะได้ผล

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าหรือน้ำยาฟอกผ้ามีสองชนิดคือ ชนิดที่มีคลอรีนเป็นส่วนผสม กับชนิดที่มีออกซิเจนเป็นส่วนผสมหรือ Active Oxygen (แล้วแต่แต่ละยี่ห้อ) ชนิดที่มีคลอรีนเป็นส่วนผสมใช้ได้กับผ้าขาวและผ้าสี เพราะมีพลังขจัดคราบสกปรกโดยเฉพาะ

โดยปกติเรามักนำน้ำยาซักผ้าที่มีส่วนผสมของคลอรีนผสมน้ำและแช่ผ้าเพื่อให้เสื้อผ้าขาว แต่จะทำแบบนี้กับน้ำยาซักผ้าสูตรเสริมออกซิเจนไม่ได้เด็ดขาด เพราะว่าจะต้องเทมันลงในเสื้อผ้าขณะซักและใช้ร่วมกับผงซักฟอกเท่านั้น เสื้อผ้าถึงจะมีสีสันสดใส ขจัดคราบสกปรกได้หมดจด ไม่อย่างนั้นจะซักไม่ได้ผลเลย

5. น้ำส้มสายชูปรับผ้านุ่มก็ได้ ขจัดคราบตกค้างก็ได้

ในการซักผ้า นอกจากผงซักฟอกก็ยังมีน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ทำให้เสื้อผ้าคงความนุ่มและไม่เกิดไฟฟ้าสถิต ซึ่งต้องใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในขั้นตอนสุดท้ายของการซักผ้าเท่านั้น จึงจะไม่ขัดขวางการทำงานของผงซักฟอก แต่อีกทางเลือกหนึ่งที่ให้ผลดีไม่ต่างจากน้ำยาปรับผ้านุ่มเลย นั่นคือ “น้ำส้มสายชู” โดยนำมาผสมในน้ำสุดท้ายเพื่อแช่ผ้าสัก 5 นาทีหลังการซักด้วยมือ เสื้อผ้าของเราก็จะนุ่มฟูเหมือนใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเลยทีเดีย รวมถึงในกรณีที่เราซักด้วยเครื่องซักผ้า การใช้น้ำส้มสายชูเล็กน้อยผสมกับผงซักฟอก ก็จะช่วยขจัดคราบตกค้างได้ดีอีกด้วย

6. ก่อนซักด้วยมือ ควรแช่ผ้าในน้ำทิ้งไว้ไม่เกิน 15 นาที

เวลาซักผ้าด้วยมือ หลายคนมักนำเสื้อผ้าแช่น้ำก่อนซักด้วยความเคยชิน เพราะคิดว่าแช่นาน ๆ จะทำให้ซักสะอาดขึ้น แต่ว่าเสื้อผ้าที่แช่ไว้นานเกินไป จะส่งผลเสียต่อเส้นใยและสีสันของเนื้อผ้าได้ ดังนั้น ควรแช่ไว้ประมาณ 3-5 นาที ก็พอ หากเสื้อผ้าสกปรกมากก็ไม่ควรแช่เกิน 15 นาที

ข้อมูลจาก 300 ไอเดีย เปลี่ยนงานบ้านให้เป็นงานเบา

 


View My Stats

View My Stats