นักวิทยาศาสตร์แจง ทำไมการจดบันทึกประจำวันส่งผลดีต่อสุขภาพจิต

บางคนอาจเข้าใจว่าการเขียนไดอารี่หรือการจดบันทึกประจำวันเป็นเพียงแค่การการบันทึกเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นกับเราไปในแต่ละวัน แต่ในความเป็นจริงแล้วการจดบันทึกประจำวันมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่านั้น ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการพิสูจน์แล้วว่า การจดบันทึกเรื่องราวชีวิตของตัวเองเป็นประจำส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของเรา เพราะจะทำให้เราได้ประมวลเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ประสบพบเจอ ได้ระบายอารมณ์ ฝึกสมองให้คม อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของเราได้อีกด้วย

 

ผลการศึกษาของนักวิจัยด้านสุขภาพจิต

จากการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารของ Advances in Psychiatric Treatment เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยจิตเวช นักวิจัยได้พบว่า การเขียนบันทึกเป็นช่วง ๆ ละ 15 นาที เป็นจำนวน 3-5 ช่วง ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษาจัดการกับอารมณ์ของตนเอง ถึงแม้จะพบเจอกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจมาก็ตาม ทั้งนี้ต้องไม่ใช่การเขียนบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยสรุปหรือคร่าว ๆ แต่จะต้องมีการเน้นที่วิธีการในการเขียนบันทึกนั้นด้วย ซึ่งถือว่ามีผลต่อการักษาดังกล่าว

ในขณะที่มีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่นักวิจัยบอกกับผู้เข้ารับการรักษาว่าให้เลือกเขียนเกี่ยวกับ 1 ใน 3 กลุ่ม ซึ่งได้แก่

  • กลุ่มที่หนึ่งโฟกัสกับความรู้สึกที่มีเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียด
  • กลุ่มที่สองโฟกัสไปที่ความคิดและความรู้สึกที่พวกเขามีเมื่อเผชิญกับความตึงเครียด
  • กลุ่มที่สามให้เขียนเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงโดยปราศจากอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อเหตุการณ์ที่ได้ดูผ่านสื่อ

ผู้เข้าร่วมที่เขียนเกี่ยวกับความคิดและความรู้สึกที่มีต่อเหตุการณ์จะสามารถมองเห็นด้านที่ดีของเหตุการณ์ โดยจะไม่โฟกัสไปที่ความเจ็บปวดที่ได้รับหรือความวิตกกังวลต่อเหตุการณ์มากเท่าใด

ในขณะที่คนที่เขียนเฉพาะอารมณ์ของตัวเองล้วน ๆ ที่มีต่อเหตุการณ์ก็ย่อมจะมีความทุกข์ใจมากกว่า ซึ่งก็เป็นไปได้ว่าพวกเขามุ่งสนใจไปที่อารมณ์ความรู้สึกด้านลบของตัวเองเพียงแค่นั้นในขณะที่กำลังเขียนบันทึก

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยก็แสดงความคิดเห็นว่าการเขียนความคิดที่เป็นลบออกมาในสมุดบันทึกก็ยังถือว่าดีกว่าจะเก็บไว้ในใจ เพราะถึงแม้ว่าจะเขียนสิ่งที่เป็นความคิดแง่ลบออกมาแต่ก็ยังช่วยให้เราไม่หลบหนีความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งส่งผลให้เราสามารถจัดการกับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า การหลีกเลี่ยงความรู้สึกตัวเองถือเป็นประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง เมื่อต้องเผชิญกับความเจ็บปวด

โดย คิตตี ไคลน์ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ท แคโรไลนากล่าวว่า “เมื่อคุณมีความทุกข์ใจจากเหตุการณ์ที่ตึงเครียดหรือเจ็บช้ำทางจิตใจ สิ่งสำคัญคือความสามารถในการให้ความสนใจและโฟกัสไปที่การจัดการกับความเครียดของชีวิตตัวเอง ไม่ใช่เรื่องจะต้องมองว่าเรื่องราวมันควรจะเป็นไปอย่างไร” การเขียนบันทึกประจำวันสามารถช่วยให้เราโฟกัสไปที่ปัญหาที่กำลังเผชิญ ก็คือการทำให้เราไม่ซุกช่อนความรู้สึกทุกสิ่งทุกอย่าง ไว้ภายในขวดหรือภายในใจของตัวเองนั่นเอง

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ในช่วงที่มีภาวะเครียด แต่การเขียนบันทึกประจำวันเป็นประจำก็ยังถือว่าเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่มีประโยชน์มากไปกว่าการได้ใช้ถ่ายทอดอารมณ์และความคิดออกมา โดยเรายังสามารถใช้การเขียนบันทึกช่วยในการเตือนตัวเองว่ามีสิ่งใดที่ทำสำเร็จและสิ่งใดทำผิดพลาดไป เมื่อได้กลับมาเปิดอ่านอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้เราได้มุมมองใหม่ ๆ ในวันใหม่ของเรา ทำให้เราสามารถประเมินตัวเองได้อย่างแท้จริงว่าเราเคยก้าวมาจากจุดไหน แล้ว ณ ตอนนี้เราได้ก้าวไปถึงจุดไหน

การจรดปลายปากกาลงบนกระดาษคือวิธีการระบายความรู้สึกออกมาอย่างเป็นส่วนตัว เพื่อให้เราจัดการกับความเครียดต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม เมื่อเราเขียนบันทึกประจำวัน เราก็จะยิ่งเข้าถึงความเครียด ความวิตกกังวลที่เรามี และได้ปลดปล่อยออกมา จึงถือได้ว่าการใช้วิธีจดบันทึกประจำวันจะทำให้เราได้ระบายอารมณ์ของตัวเองออกมาในที่ที่มีความปลอดภัยและไว้ใจได้ อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าเมื่อเราต้องจัดการกับเรื่องยาก ๆ ในชีวิต

อ้างอิง  http://www.lifehack.org/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.