รอบรู้เรื่องลูก » ทำความเข้าใจวงจรการประพฤติผิดของเด็กเล็ก

ทำความเข้าใจวงจรการประพฤติผิดของเด็กเล็ก

31 July 2017
84   0

พ่อแม่หลายคนถูกสอนมาว่า การจะทำให้ลูกมีระเบียบวินัยนั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อพ่อแม่วางกฎเข้มแบบใส่อารมณ์ตามอย่างที่พ่อแม่ของพวกเราบางคนปฏิบัติกันมาและตามอย่างพ่อแม่ของพ่อแม่ปฏิบัติมาอีกที ในอดีตการเลี้ยงลูกแบบนั้นดูเหมือนจะได้ผล แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป ปัจจุบันพ่อแม่ย่อมเห็นแล้วว่าอารมณ์หงุดหงิดเกรี้ยวกราดนั้นยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง อันที่จริงไม่มีอะไรทำให้นิสัยเสียของลูกฝังรากลึกไปกว่าการที่ลูกได้เห็นอารมณ์หงุดหงิดเกรี้ยวกราดของพ่อแม่อยู่บ่อย ๆ 

น่าแปลกใจว่าหลังจากผ่านมาเนิ่นนาน การที่เราโกรธเกรี้ยวหงุดหงิดใส่ลูก กลับทำให้ได้ผลในทางตรงกันข้ามกับที่เราคาดหวัง ถ้าพ่อแม่ดุ ด่า ขู่เข็ญลูกต่างต่างนานา แต่ลูกก็ยังทำตัวไม่น่ารัก พ่อแม่จะได้อะไรจากการทำแบบนั้นกับลูก แล้วลูกจะได้เรียนรู้อะไร พ่อแม่อย่างเราจึงต้องมาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมการทำความผิดของลูกกันให้มากขึ้น ว่าเมื่อเด็กคนหนึ่งทำความผิด เหตุการณ์ การกระทำของลูก รวมถึงตัวตนของลูกจะดำเนินไปอย่างไร ด้วยการอธิบายในรูปของวงจรการประพฤติผิด 4 ขั้น ดังต่อไปนี้

วงจรการประพฤติผิด ขั้นที่ 1

เด็กกับการทดลองการประพฤติที่ผิด ๆ

เด็กทุกคนในโลกนี้ล้วนแล้วแต่อยากจะทดลองประพฤติผิดกันทั้งนั้น อันที่จริงเด็กที่ปกติสุขที่สุดคือเด็กที่ทำตัวเหมือนนักวิทยาศาสตร์น้อยที่จะคอยสรรหาการทดลองเพื่อดูว่า โลกนี้เป็นอย่างไรกันแน่ พวกเขาตัดสินจากการวิเคราะห์ผลจากการวิจัยของพวกเขา ว่าเขาอยากใช้ชีวิตของพวกเขาอย่างไร ส่วนหนึ่งของการทดลองก็คือบรรดาพฤติกรรมแสบ ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ ในจริงใต้สำนึกน้อย ๆ ของพวกเขาคิดอยู่คลอดว่า “หนูสงสัยว่าจะเป็นยังไง…ถ้า….”

ตัวอย่างเช่น หนูสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหนูลงไปนอนบนพื้นตอนไปซื้อของกับแม่และร้องว่า “อยากได้ อยากได้” “หนูสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหนูขอแม่ดี ๆ และกอดแม่” การทดลองบางอย่างเป็นสิ่งที่รับไม่ได้ บางอย่างก็รับไม่ได้

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

วงจรการประพฤติผิด ขั้นที่ 2

พ่อแม่เริ่มหงุดหงิดและโมโห

วิธีที่ดีที่สุดในการสร้างนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องแทนที่จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทรงคุณค่า ก็คือ การที่พ่อแม่โมโหเมื่อลูกประพฤติผิด โปรดจำไว้ว่า ความโกรธและความคับข้องใจของพ่อแม่จะทำให้ลูกพัฒนาความประพฤติผิดตลอดไป เป็นเรื่องง่ายที่พ่อแม่จะลืมตัวแล้วเข้มงวดกับลูกแล้วพูดว่า “อย่าทำอย่างนั้นนะ” ไม่น่ารักเลย ครั้งที่ 1 แล้วนะ ครั้งที่ 2  ครั้งที่ 3 ….

ไม่ช้าลูกก็จะได้ยินเสียงหวาดหวั่นของพ่อแม่ “แม่เอาจริงแล้วนะ” ซึ่งความหมายจริง ๆ ของคำพูดก็คือ “ฉันหมดท่าแล้ว ฉันไม่รู้ว่าจะจัดการเธออย่างไรดี” ไม่แปลกเลยที่ลูกจะกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อได้ยินพ่อแม่พูดอย่างนั้น

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

วงจรการประพฤติผิด ขั้นที่ 3

ลูกพัฒนาความไม่เชื่อถือในตัวผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ว่า ในขณะที่เด็กกำลังเฝ้าดูผู้ใหญ่นั้น ภายในจิตใต้สำนึกของเด็กกลับเริ่มที่จะมีความเชื่อในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร

เด็กพัฒนาการรับรู้ว่าผู้ใหญ่ที่มีอำนาจมีอารมณ์ฉุนเฉียวได้ง่าย และถูกแกล้งปั่นหัวได้ง่าย น่าเศร้าที่ความเชื่อนี้สามารถอยู่กับเด็กไปได้จนตลอดชีวิต และสร้างความเจ็บปวดใหญ่หลวงให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะตัวเด็กเอง

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

วงจรการประพฤติผิดขั้น ที่ 4

เด็กรู้สึกสิ้นหวังในตัวเอง

เด็กจะรู้สึกอย่างไรถ้าไม่มีใครทำให้เขาเป็นเด็กดีได้ด้วยความรักลองพิจารณาคำพูดต่อไปนี้

“ถ้าผู้ใหญ่ที่มีอำนาจที่สุดในชีวิตของฉัน ทำให้ฉันเป็นเด็กดีไม่ได้ ทั้งที่พวกเขาโตกว่าและแก่กว่าฉัน แสดงว่าฉันต้องเป็นเด็กที่แย่มาก แย่และสิ้นหวังจริง ๆ “

การใช้ความโกรธ ความหงุดหงิด เป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะทำให้เด็กพัฒนาภาพในเชิงลบทั้งของตัวเองและของผู้ใหญ่ เมื่อเด็กรู้สึกแย่กับตัวเอง ความรู้สึกสิ้นหวังก็จะตามมา ดังที่ว่า “ทำไมฉันต้องพยายามอีก ในเมื่อฉันเป็นคนที่แย่เหลือเกิน”

เมื่อเด็กรู้สึกดีกับตัวเอง มันก็จะมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เขาจะประพฤติตัวดี พ่อแม่ลองหยุดคิดดูว่า ขนาดเราเองเวลาที่ได้อยู่กับคนที่เขาเชื่อใจเราแบบไร้ข้อกังขา มันทำให้เรารู้สึกดีไปด้วยใช่ไหม และเรามักพบว่าเราจะเป็นคนดีที่สุดเมื่อได้อยู่ใกล้กับคนเหล่านั้น ในทำนองเดียวกัน เด็กก็ควรจะมีความรู้สึกดีกับตัวเองเวลาอยู่กับพ่อแม่อย่างเราด้วย ตรงกันข้ามเราลองสังเกตดูว่าเราเป็นอย่างไรเมื่อต้องอยู่กับคนที่วิพากษ์วิจารณ์เราตลอดเวลา เราจะแสดงออกอย่างไรเมื่ออยู่กับคนแบบนั้น  เรายอมทำตามความคาดหวังของคนแบบนั้นอย่างไร หรือเราเคยประพฤติตัวแย่ที่สุดเวลาอยู่กับคนแบบนั้นหรือไม่

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

วิธีทำลายวงจรนี้ของลูก

เราจะป้องกันหรือทำลายวงจรของการประพฤติผิดอย่างไร  

ประการแรกเราต้องแสดงให้ลูกเห็นว่าเราจัดการพวกเขาได้โดยไม่เสียเหงื่อ ไม่เหนื่อยเลยสักนิด พูดกับเขาด้วยคำพูดที่นุ่มนวล แสดงออกถึงความเมตตา แต่มีพลัง แทนที่จะแสดงออกด้วยอารมณ์เสียและหงุดหงิด

เด็กจะมีความคิดในใจว่า “ถ้าพ่อแม่จัดการฉันได้ง่ายอย่างนั้น แสดงว่าฉันเป็นคนที่โอเค”

เมื่อเราสอนลูกให้มีระเบียบวินัยโดยไม่แสดงอารมณ์หงุดหงิด ก็มีโอกาสอย่างมากที่จะประสบความสำเร็จ

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ วิธีฝึกวินัยและวิธีคิดให้เด็กเล็ก ตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบ

 

 


View My Stats

View My Stats