รอบรู้เรื่องลูก » อยากให้ลูกรักการอ่าน อ่านหนังสือได้เร็ว พ่อแม่ต้องเป็นแบบไหน

อยากให้ลูกรักการอ่าน อ่านหนังสือได้เร็ว พ่อแม่ต้องเป็นแบบไหน

25 January 2017
216   0

เป็นอีกครั้งที่เราได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการอ่านของลูก เพราะการอ่านคือเครื่องมือสำคัญที่จะนำพาลูกของเราสู่โลกของการเรียนรู้ การปูพื้นฐานทักษะการอ่านให้แก่ลูกจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่าการส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนคือทางเลือกที่จะช่วยให้ลูกเราได้เข้าไปฝึกฝนการเรียน เขียน อ่าน แต่หากต้องการผลลัพธ์ที่ได้มากกว่านั้น หรือทำให้การอ่านเป็นทักษะติดตัว หรือรักการอ่านไปเลย ไม่ได้มุ่งสนใจเพียงการอ่านเพื่อสอบเท่านั้ ก็จำเป็นที่จะต้องปลูกฝังกันตั้งแต่ในบ้าน อย่างที่หลายคนทราบดีว่า พ่อแม่คือ “ครูคนแรกของลูก” หรือ “เป็นครูที่ดีที่สุดของลูก” นั่นเอง

มีการศึกษามากมายระบุเกี่ยวกับอิทธิพลของพ่อแม่ที่มีต่อพัฒนาการด้านการอ่านของลูก ได้ผลสรุปที่ตรงกันว่า “พ่อแม่หรือครอบครัวของเด็กมีอิทธิพลมากกว่าโรงเรียนในการพัฒนาการอ่านของลูก” 

ในปัจจุบันนักการศึกษาที่สนใจเรื่องการอ่านและการเขียนของเด็ก ได้หันมาสนใจที่จะศึกษาาเรื่องบ้านหรือครอบครัวของเด็กแทนที่จะศึกษาเฉพาะโรงเรียนเพียงอย่างเดียว ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ นิวซีแลนด์ ได้มีการรายงานผลการวิจัยมากมายที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของพ่อแม่ที่มีต่อพัฒนาการทางด้านการอ่านของลูก จากการศึกษาเด็กที่อ่านออกตั้งแต่อายุยังน้อย หรืออาจเรียกอีกอย่างได้ว่า “เด็กอ่านเร็ว” เกือบทุกคนมีสภาพแวดล้อมที่บ้านคล้ายคลึงกัน นั่นคือ

  1. มีคนอ่านหนังสือให้ฟังเป็นประจำ
  2. มีหนังสือหรือสิ่งตีพิมพ์ให้ลูกอ่านได้ทุกเมื่อ
  3. มีกระดาษและดินสอให้ลูก
  4. มีคนในบ้านคอยกระตุ้นให้ลูกอ่านและเขียน

เด็กอ่านเร็วเหล่านี้ชอบและสนุกกับการระบายสี การทายปัญหาและการเล่นเกมเมื่อเวลาฟังนิทานจะชอบที่ซักถาม และโต้ตอบกับพ่อแม่เกี่ยวกับรูปภาพและเรื่องราวที่กำลังฟัง เด็กอ่านเร็วมักจะมีพ่อแม่ที่คอยติดตามช่วยเหลือและส่งเสริมการอ่านอย่างสม่ำเสมอ และอย่างกว้างขวาง

อีกหนึ่งงานวิจัยที่น่าสนใจโดย ดร.มาณกาเรต คลาร์ค ซึ่งทำการศึกษาไว้ตั้งแต่เมื่อปี 1976 ได้รายงานผลการศึกษาเด็กจำนวน 32 คน ที่สามารถอ่านออกเมื่อเข้าโรงเรียนตอนวัย 5 ขวบ เด็กเหล่านี้มีพื้นฐานทางครอบครัวแตกต่างกันออกไป มีทั้งร่ำรวยไปจนถึงยากจนมาก แต่สิ่งที่เด็กเหล่านี้มีคล้ายคลึงกันคือ ที่บ้านมีคนอ่านหนังสือ หรือเล่านิทานให้ฟัง แม้แต่เด็กคนหนึ่งซึ่งมีพ่อเป็นกรรมกรมีพี่น้อง 7 คนและตนเองเป็นลูกคนสุดท้อง ก็สามารถอ่านออกก่อนเข้าโรงเรียน นอกจากเด็กคนนี้แล้ว พี่น้องทั้งหญิงและชายก็สามารถอ่านได้เร็วด้วยเช่นกัน จากการซักถามทราบว่า ถึงแม้ว่าพ่อของตัวเองจะออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 14 ปี แต่พ่อชอบเล่านิทานให้ลูกฟัง ทั้งพ่อและแม่ชอบอ่านหนังสือ  และมักจะพาลูก ๆ ไปห้องสมุดประชาชนเป็นประจำ แม้ครอบครัวจะยากจนก็พยายามหาหนังสือให้ลูกได้อ่าน และยังปรากฏเพิ่มเติมอีกว่า ไม่มีใครเลยในครอบครัวที่สอนหนังสือให้กับลูกคนสุดท้องคนนี้ แต่เนื่องจากเขาได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีหนังสือและผู้คนที่ชอบอ่านหนังสือเพื่อความเพลิดเพลินใจ

รายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าพ่อแม่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาการอ่านของเด็ก เมื่อลูกยังเล็ก พ่อแม่ควรจะแนะนำให้เด็กได้รู้จักโลกแห่งหนังสือ นั่นคือ พ่อแม่ควรจะอ่านหนังสือให้ลูกฟังบ่อย ๆ  และควรจะอ่านหนังสือที่ตัวพ่อแม่เองสนใจด้วย เพื่อทำตัวเองให้เป็นแบบอย่างให้ลูกได้เห็น

อ้างอิง หนังสือพัฒนาการอ่านของลูก



View My Stats