สนุกกับงานบ้าน » Washing tips เคล็ดลับซักผ้าที่แม่บ้านควรรู้

Washing tips เคล็ดลับซักผ้าที่แม่บ้านควรรู้

6 October 2017
41   0

 

หากจะว่าไปการซักผ้าก็ไม่ได้เป็นแค่งานของคนเป็นแม่บ้านเท่านั้น เพราะคนทั่วไปอย่างเรา ๆ ที่ไม่ได้ร่ำรวยมีแม่บ้านคอยดูแล ซักผ้าให้ ก็ต้องซักผ้ากันเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะผู้หญิง ผู้ชาย เด็กนักเรียน นักศึกษา ถือเป็นหน้าที่หนึ่งของปัจจัยยังชีพในชีวิตคนเราเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเมื่อใครก็ตามที่ต้องดูแล ซักผ้าด้วยตัวเอง เราก็จำเป็นต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ สรรหาวิธีการซักผ้าที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ซักอย่างไรให้สะอาด ขจัดคราบสกปรกได้อย่างหมดจด เสื้อผ้า หอม นุ่ม ถนอมไว้อยู่ในสภาพดีเสมอ

เราจึงมีคำแนะนำที่อาจถือว่าเป็นข้อความรู้ เป็นเคล็ดลับสำหรับการซักผ้า เพื่อให้ผ้าของเราต่อจากนี้ไปจะได้ขาว สะอาด สดใส น่าสวมใส่

 

รู้ค่าความเป็นด่างของผงซักฟอกเพื่อเลือกใช้ให้เหมาะกับผ้า

ยิ่งค่าความเป็นด่างของผงซักฟอกมีมากเท่าไร ก็ยิ่งซักได้สะอาดขึ้น วิธีทดสอบค่าความเป็นด่างของผงซักฟอกทำได้โดยใช้กระดาษลิตมัส กระดาษที่ใช้ทดสอบความเป็นกรดด่าง และกลางของสารละลายมาทดสอบกับผงซักฟอกก็จะรู้ค่านั้น โดยหลังจากที่ทราบค่าความเป็นด่างของผงซักฟอกแล้ว เราก็สามารถนำมาพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าและความสกปรกได้ กล่าวคือ สำหรับผ้าที่มีเนื้อดี เช่น ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ เสื้อชั้นใน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่มีคุณสมบัติเป็นกลาง และสำหรับผ้าที่ค่อนข้างสกปรกมากให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่มีความเป็นด่างสูง

 

ผงซักฟอกที่มีพลังซักสูง ไม่ควรใช้ร่วมกับน้ำยาซักผ้าขาว

ผงซักฟอกที่ผสม “เอนไซม์ ช่วยเพิ่มพลังในการซักจึงซักผ้าได้สะอาดขึ้น กำจัดคราบสกปรกที่ฝังแน่นตามเนื้อผ้าได้ดี ส่วนน้ำยาซักผ้าขาวที่มีส่วนผสมของคลอรีนนั้นจะไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ ทำให้ประสิทธิภาพการขจัดคราบสกปรกลดลง ผ้าอาจซักได้ไม่สะอาดเท่าที่ควร ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ผงซักฟอกสองชนิดนี้ร่วมกันในการซักผ้า

 

 

น้ำยาซักผ้าสูตรเสริมออกซิเจนต้องใช้ซักร่วมกับผงซักฟอกเท่านั้นจึงจะได้ผล

ผลิตภัณฑ์ซักผ้ามี 2 ชนิดคือ ชนิดที่มีคลอรีน เป็นส่วนผสม กับชนิดที่มีออกซิเจนเป็นส่วนผสม โดยชนิดที่มีคลอรีนผสมจะใช้ฟอกผ้าขาวเท่านั้นเพราะมีพลังฟอกให้จาง ส่วนชนิดที่มีออกซิเจนเป็นส่วนผสมใช้ได้กับผ้าขาวและผ้าสี เพราะมีพลังขจัดคราบสกปรกโดยเฉพาะ

 

น้ำส้มสายชูสามารถปรับผ้านุ่มและขจัดคราบตกค้างได้

ในการซักผ้านั้นนอกเหนือจากผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าแล้ว อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เราจำเป็นต้องนำมาใช้ในการซักผ้านั่นก็คือ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่จะทำให้เสื้อผ้าของเราคงความนุ่มและไม่เกิดไฟฟ้าสถต โดยเราต้องใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มในขั้นตอนสุดท้ายของการซักผ้าเท่านั้น จึงจะไม่ไปขัดขวางการทำงานของผงซักฟอก แต่หากว่าวันนั้นเกิดน้ำยาปรับผ้านุ่มหมดพอดี น้ำส้มสายชูก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยหนึ่งสำหรับการทำให้เสื้อผ้าของเรานุ่มได้ โดยให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมในน้ำสุดท้ายเพื่อแช่ผ้าสัก 5 นาที หลังการซัก ผ้าของเราก็จะนุ่มฟูเหมือนแช่ด้วยน้ำยาปรับผ้านุ่มเลยทีเดียว นอกจากนี้การใช้น้ำส้มสายชูเล็กน้อยร่วมกับผงซักฟอกก็ยังช่วยในการขจัดคราบสกปรกที่ตกค้างอยู่ในผ้าได้อีกด้วย

 

 

ก่อนซักผ้าด้วยมือ ควรแช่ผ้าในน้ำไว้ไม่เกิน 15 นาที

เวลาที่เราซักผ้าด้วยมือ หลายคนเชื่อว่าจะต้องแช่ผ้าไว้ในน้ำที่ผสมผงซักฟอกไว้นาน ๆ จะทำให้ซักสะอาดได้ง่ายขึ้น แต่เสื้อผ้าที่แช่ไว้นานเกินไปจะส่งผลเสียต่อเส้นใยและสีสันของเนื้อผ้าได้ ซึ่งโดยปกติควรแช่ผ้าไว้ประมาณ 3-5 นาทีก่อนซัก แต่หากคิดว่าเสื้อผ้าของเราสกปรกมากก็ไม่ควรจะแช่ไว้นานเกิน 15 นาที

 

 

ข้อมูลจาก 300 ไอเดียเปลี่ยนงานบ้านให้เป็นงานเบา ๆ



View My Stats