การเงินน่ารู้ » ผู้หญิงกับจุดอ่อนทางการเงินในปัจจุบัน

ผู้หญิงกับจุดอ่อนทางการเงินในปัจจุบัน

8 March 2017
180   0

ผู้หญิงนอกจากจะมีนิสัยการใช้จ่ายเงินแตกต่างไปจากผู้ชายแล้ว ตามสถิติที่บอกว่าผู้หญิงมีอายุยืนกว่าผู้ชายก็อาจจะสรุปได้ว่า ผู้หญิงต้องการเงินมาใช้จ่ายมากกว่าผู้ชาย ในขณะที่ตัวเลขทางสถิติบอกว่า ผู้หญิงโดยเฉลี่ยทำงานหาเงินได้น้อยกว่าผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงเริ่มสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น จนมีนักเขียนหลายท่านได้ออกหนังสือที่เกี่ยวกับการลงทุน หรือไม่ก็การบริหารการเงินที่เกี่ยวกับผู้หญิงโดยเฉพาะ

ผู้เขียนเชื่อว่า มันอาจจะเป็นเพียงกลยุทธ์ในการเจาะตลาดผู้ซื้อหนังสือที่เป็นหญิงเท่านั้น เพราะในความเป็นจริง การลงทุนหรือหุ้นที่จดทะเบียนในตลาด ไม่ว่าจะเป็น หุ้นปูนฯ หรือหุ้นธนาคารกรุงเทพ คงไม่สามารถแยกแยะได้ว่าผู้ลงทุนคนไหนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย และต่างฝ่าย ต่างก็มีโอกาสในการทำกำไรจากการลงทุนได้เท่าๆ กัน รวมไปถึงผลประโยชน์ทางด้านภาษีที่ลงทุน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนเพื่อการเกษียณอายุ รวมทั้งประกันชีวิต ก็ล้วนแล้วแต่มีความเท่าเทียมกันทุกอย่าง

จากข้อมูลที่ได้จากการวิจัยของสถาบันที่ใช้ชื่อว่า Woman Institute for Secure Retirement และ National Center for Woman Retirement Research ในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่า

1. ผู้หญิงอเมริกาส่วนใหญ่ใช้เวลาร้อยละ 15 ออกจากตลาดแรงงาน เพื่อไปดูแลลูกๆ หรือพ่อแม่ที่สูงอายุ และเธอก็ต้องทำงานอีกประมาณ 5 ปี ในการที่จะหารายได้มาทดแทน 1 ปี ที่หายออกไปจากตลาดแรงงาน

2. ผู้หญิงที่เกษียณอายุจะได้รับเงินค่าเกษียณอายุ ประมาณครึ่งหนึ่งที่ผู้ชายได้รับ

3. โดยเฉลี่ยผู้หญิงจะมีอายุยืนยาวกว่าผู้ชาย และเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว ร้อยละ 90 ของเธอเหล่านั้นต้องใช้เงินที่มาจากการทำงานของตัวเอง

ผู้หญิงหลายคงที่ลงเอยด้วยการเป็นหม้าย หรือไม่ก็หย่าร้าง และก็ต้องเผชิญกับปัญหาทางด้านการเงินโดยลำพัง ในขณะเดียวกันผู้หญิงไทยจำนวนมากไม่สนใจกับการเงิน และให้สามีเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการหาเงินแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งอาจจะเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องเลย ซึ่งหลายคนก็อาจจะรู้ตัวดี แต่ไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไร เพราะคิดว่ามันจะสายเกินไปที่จะแก้ไข

แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเริ่มต้นที่จะหันมามองถึงเรื่องของเงินๆ ทองๆ ในทางที่ถูกที่ควรยังคงไม่สายเกินไปอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าคุณอาจจะล่วงเข้าสู่วัยกลางคนแล้วก็ตาม

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ต่อไปนี้ผู้เขียนขอเสนอคำแนะนำ ที่ได้มากหนังสือ It’s More Than Money –Its Your Life โดย Candace Bahr และ Ginita Wall ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทุกท่าน ที่ต้องการจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นในเรื่องการจัดสรรเงินและการลงทุนมาฝาก

1. ขอคำปรึกษาจากผู้ที่มีความรู้ทางด้านนี้โดยตรง โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกมองเป็นคนที่ไม่มีความรู้ อีกทั้งในปัจจุบัน ที่ปรึกษาการลงทุน Certified Financial Planner (CFP) ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น เพราะฉะนั้น คุณอาจจะลองติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (www.tfpa.or.th)

2. การลงทุนไม่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เพราะในปัจจุบันมีกองทุนรวมหลายกองทุนรวมที่คุณสามารถใช้เงินแค่ 1,000 บาท ก็สามารถซื้อหน่วยลงทุนได้ และบางกองทุนก็ยังมีบริการหักเงินจากบัญชีโดยตรงได้ โดยที่คุณไม่ต้องยุ่งยากในการถอนเงินไปลงทุนด้วย

3. อย่าลืมเรื่องการทำประกัน การทำประกันชีวิต ถือเป็นส่วนสำคัญในการบริหารการเงิน โดยเฉพาะหากคุณยังคงมีหนี้สินที่จะต้องจ่าย ในขณะที่ลูกของคุณก็ยังเล็ก เพราะอย่าลืมว่าหากคุณเสียชีวิตไปแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าหนี้สินจะหมดตามไปด้วย และหากคุณเป็นคนที่ทำอาชีพอิสระ การมีประกันสุขภาพก็ถือเป็นเรื่องที่จะช่วยคุณได้มากหากเกิดอะไรขึ้นกับคุณ

4. อย่าลืมที่จะใช้ประโยชน์จากผลประโยชน์ทางภาษีที่จะได้จากการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับผู้ที่ทำงานประจำ ส่วนผู้ที่มีอาชีพอิสระโดยทั่วไป ก็อย่าลืมนึกถึงกองทุนรวมเพื่อการเกษียณอายุ ที่จะสามารถนำเงินที่คุณลงทุนไปหักออกจากเงินที่ได้พึงประเมินถึง 1,000,000 บาทต่อปี ซึ่งจะช่วยทำให้คุณเสียภาษีน้อยลงอีกพอสมควร

5. พยายามสร้างเครดิตให้กับตัวเอง ผู้หญิงบางคนที่แต่งงานแล้วมักจะไม่ใส่ใจกับการมีบัญชีในชื่อของตนเอง ซึ่งนับเป็นความคิดที่ค่อนจะอันตรายอยู่ไม่ใช่น้อย ในกรณีที่คุณอาจจะต้องปุ๊บปั๊บหย่าร้าง หรือเป็นหม้ายขึ้นมา การไม่มีบัญชีหรือเครดิตการ์ดเป็นของตัวเอง จะทำให้คุณเป็นคนไม่มีเครดิตไปเสียดื้อๆ

6. เก็บสำรองเงินก้อนเพื่อการฉุกเฉิน โดยเงินก้อนนี้คุณอาจจะคำนวณได้มาจากค่าใช้จ่ายรายเดือน 3 ถึง 6 เดือน แต่สำหรับบางคน 6 เดือนอาจถือว่าน้อยเกินไป เพราะหากคุณตกงาน คุณอาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 6 เดือนในการหางานใหม่ เพราะฉะนั้นการสำรองเงินเอาไว้มากหน่อย ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร

เมื่อคุณได้อ่านข้อแนะนำทั้งหมดแล้ว คุณคงจะเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเลย ในการที่จะนำมาปฏิบัติ และก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่เรารู้ๆ กันอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องการลงทุนนั้น สิ่งสำคัญที่สุดน่าจะเป็นแค่วินัยและความตั้งใจในการที่จะทำมันต่อไปให้ได้ผลสำเร็จตามที่ตั้งใจเอาไว้เท่านั้นเอง

เรียนรู้เรื่องการออมและวางแผนทางการเงินด้วยตนเอง ได้ที่ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 21.00 น. ครับ

ติดตามความรู้ที่น่าสนใจ กิจกรรม และหนังสือใหม่ของห้องสมุดคลิก www.maruey.com

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

เรื่องโดย : คุณธีระ ภู่ตระกูล นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

ที่มา : วารสาร Money & Wealth ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2558



View My Stats