Web Analytics Made Easy -
StatCounter
View My Stats
Sunday, 31 May 2020

เมื่อการปลูกต้นไม้สอนฉันเรื่อง Growth Mindset

04 Mar 2020
169

 

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ใช่เซียนต้นไม้หรือนักจัดสวน แต่การได้มีชีวิตประจำวันอยู่กับการปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ มีเวลาที่มือได้สัมผัสกับดิน ตาได้ทอดมองใบไม้ไหวเอนลู่ตามลม ได้ชื่นชมดอกที่ผลิบานสีสวยสด ก็ช่วยผ่อนคลายเรื่องราวหนักอึ้งในใจ ให้ผ่อนเบาลงไป หรือบางครั้งความชุ่มชื่นของต้นไม้ก็ช่วยทำให้จิตใจที่ห่อเหี่ยวได้รู้สึกชุ่มฉ่ำ มีกำลัง มันคือช่วงเวลาเยียวยา บำบัด และเติมพลังใจให้ตัวเองที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ การปลูกต้นไม้มิใช่แค่เรื่องการปลูกเพราะมีเป้าหมายเพื่อประดับตกแต่งให้บ้านสวยงาม น่าอยู่ น่ามอง แต่กว่าที่เราจะได้บริเวณบ้านที่น่าอยู่ น่ามอง ได้สวนสวยนั้น ระหว่างทางของการเติบโตของต้นไม้แต่ละต้นมีเรื่องราวให้เราได้เรียนรู้

 

 

ขณะกำลังนั่งเปลี่ยนกระถางต้นไม้ เรานำต้นไม้ที่คิดว่าที่อยู่เดิม กระถางเดิมอาจไม่เพียงพอสำหรับต้นไม้ต้นนี้แล้ว เขาต้องการพื้นที่ที่ใหญ่และกว้างกว่านี้เพื่อหยั่งรากที่แตกขยายจนเต็มกระถางเดิม ต้องการพื้นที่เพื่อแตกกิ่งก้าน ใบ เพื่อให้ผู้คนได้เห็นความงาม การเติบโตของเขาในวันนี้ โดยอดที่จะรู้สึกประหลาดใจไม่ได้เมื่อย้อนนึกไปถึงวันวานของต้นไม้แต่ละต้นที่ยังคงอยู่ยืนต้นมีชีวิตและเติบโต จากที่เคยหล่อเลี้ยงปลูกอยู่แค่ในกระถางดำใบเล็กวางซ้อนลงไปในตระกร้าหวายเพื่อมองความสวยงามในฐานะของต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ที่จัดวางไว้บนโต๊ะให้สัมผัสความงามใกล้สายตาเจ้าของบ้าน เมื่อเขาเริ่มโต ก็ขยับให้ไปอยู่ในกระถางที่ใหญ่กว่าเดิม เอาลงมาวางบนพื้น รดน้ำ ดูแล ร่วมปี ก็ได้เห็นการเติบโตอีกขั้น อีกขั้น จนต้องเริ่มหันมามองและตัดสินใจใหม่ที่จะต้องจัดหากระถางใบใหญ่ให้เขาให้ชูชัน อวดความงามได้เต็มใบ อย่างเช่นเขียวหมื่นปีดังรูปด้านล่าง

 

 

แม้กระทั่งบางต้นจากที่เคยปักไว้ในกระถางของต้นอื่น ๆ ฝากเลี้ยงไว้ ร่วมแบ่งปัน น้ำ สารอาหาร  ก็มีชีวิตเติบโตได้จนกระทั่งต้องจัดการแยกย้ายออกมาอยู่ในกระถางใบใหญ่ของตัวเอง และเมื่อเติบโตขึ้นอีกก็ต้องแยกย้ายให้ไปอยู่ในกระถางใบที่ใหญ่ขึ้นไปอีกขั้น เพื่อการเติบโตของเขาต่อไปดังเช่นสองพี่น้องอะโกลนีมาสองต้นนี้อย่างแสงเงินแสงทอง และอัญมณีด้านล่างนี้

 

 

เส้นทางการเติบโตของต้นไม้แต่ละต้นนั้นอาจมีความแตกต่างกันไป ตามประเภท หรือชนิดของเขา เราซึ่งไม่เคยศึกษาเรื่องต้นไม้อย่างจริงจังก็อาจไม่ได้รู้แจ้งว่าต้นไม้ต้นไหนชอบน้ำมาก น้ำน้อย แสงแดดจ้า หรือแสงรำไรในร่ม ก็มีไม่น้อยที่ล้มหายตายจาก หรือค่อย ๆ เหี่ยวหรือรากเน่าเปื่อย แต่ก็นั่นแหละก็มีไม่น้อยเลยเหมือนกันที่เติบโต จนไม่น่าเชื่อว่าจากต้นกล้า ต้นเล็ก ๆ ในวันนั้นจะเติบโตมาได้ถึงขนาดนี้

แต่การเติบโตที่เกิดขึ้นของต้นไม้บริเวณบ้านของเราไม่ได้โตได้ใน 1 หรือ 2 เดือน แต่อาจใช้เวลาเป็นปี ๆ ผ่านวัน ผ่านคืน ผ่านฤดูร้อน ฤดูฝน วนเวียนมาพบเจอหลายต่อหลายหน เราอยู่กับพวกเขามาหลายปี บางต้นอาจอยู่ร่วมกันมาถึง 5 หรือ 6 ปีเลยทีเดียว

ด้วยความไม่คาดหวังว่าต้นไม้ที่ซื้อมาด้วยความรู้สึกสุขใจเมื่อไปเดินชมร้านต้นไม้จนอยากซื้อกลับมาอยู่ที่บ้านในวันนั้น จะต้องเติบโตเป็นต้นไม้ต้นใหญ่แค่ไหน แค่คิดว่าจะใช้เวลาช่วงหนึ่งในยามเช้า (แม้บ่อยครั้งจะเป็นยามสาย) รดน้ำ กำจัดวัชพืช ปลูกต้นไม้ ตัดแต่งกิ่ง ต้องทำให้ได้สม่ำเสมอ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องได้รดน้ำ เวลาผ่านไปมันค่อย ๆ  เติบโตเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ แม้บางต้นจะเป็นแค่หน่ออ่อนนำไปฝากไว้กับกระถางรุ่นพี่ที่โตแล้ว แม้บางต้นเป็นต้นไม้ที่คิดแค่จะเลี้ยงให้โตในกระถางเล็กไว้มองใกล้ๆ ตาบนโต๊ะหน้าบ้าน แต่เพียงแค่เราปรับวิธีคิดใหม่ และเริ่มให้โอกาสกับต้นไม้เหล่านั้น เรากลับได้เห็นการเติบโตที่มากขึ้น มากขึ้น จนต้องหากระถางที่ใหญ่กว่าเดิม และใหญ่กว่าเดิม

 

 

การปลูกต้นไม้จึงสอนเราให้เห็น ให้เข้าใจ Growth Mindset อย่างเห็นภาพ มองเห็นโอกาส ความเป็นไปได้ ความหวัง การเปลี่ยนแปลง การพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น การสร้างความเติบโตไปสู่ความสำเร็จจนเราอาจคาดไม่ถึง ด้วยการอาศัยความสม่ำเสมอ ความมีวินัย ระยะเวลาที่ค่อย ๆ เดินไปกับเรา เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต

ตลอดการนั่งทำต้นไม้ในวันนั้นก็ชวนให้หวนนึกถึงหัวข้อบทความในหนังสือทำมือของรุ่นน้องมัธยมหัวข้อหนึ่งว่า “สักวันหนึ่งเราจะเป็นไม้ใหญ่”  ช่างเป็นประโยคที่ให้ความหวังได้เห็นภาพดีเหลือเกิน