Wednesday, 19 February 2020

ถึงเวลาหรือยังที่ปลาไม่ต้องปีนขึ้นต้นไม้

คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 5 นาทีเรื่องราวได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย มีการรับชมและแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมากในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา นำเสนอโดย Prince Ea โพสต์โดย Life Uni เรื่องราวที่ถูกนำเสนอในคลิปวิดีโอนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลชวนคิด ตั้งคำถาม กะเทาะเปลือกวงการการศึกษาอย่างถึงแก่น โดนใจใครหลายคน ทั้งคนที่เคยผ่านระบบการศึกษาในลักษณะที่ตรงกับในคลิป คนเป็นครูที่อยู่ในระบบการศึกษา และคนเป็นพ่อแม่ที่มีลูกกำลังเรียนหนังสือในโรงเรียนfish

เขานำเสนอผ่านรูปแบบการฟ้องร้องระบบการศึกษาต่อศาลว่าเป็นฆาตรกรฆ่าความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ทำลายเอกลักษณ์และเหยียดหยามทางความคิด เขาเริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า ทุกคนเป็นอัจฉริยะ แต่ถ้าเราตัดสินปลาทองตัวนี้ที่เขาถืออยู่ด้วยการปีนต้นไม้ ปลาตัวนี้ก็คงต้องใช้เวลาทั้งชีวิต โดยคิดว่าตัวเองช่างโง่เขลา

เป็นการเปรียบเทียบกับระบบการศึกษาปัจจุบันได้อย่างเห็นภาพชัด การศึกษาที่มุ่งสอนเด็กทุกคนในสิ่งเดียวกันด้วยวิธีเดียวกัน เหมือนกับแม่พิมพ์ขนม เป็นการศึกษาที่ฝึกคนไปทำงานในโรงงาน แข่งขันกันเพื่อให้ได้เกรด A สัญลักษณ์ของความเป็นสินค้าคุณภาพ ทั้ง ๆ ที่เด็กแต่ละคนมีความสามารถ จุดแข็ง ความต้องการ พรสวรรค์ และความฝันที่แตกต่างกัน แม้กระทั่งนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า “ไม่มีสมองคู่ไหนที่เหมือนกัน” เด็กต้องเรียนหนังสืออย่างหนักในโรงเรียน แต่ก็ไม่พบพรสวรรค์ของตัวเอง ได้แต่คิดว่าตัวเองโง่และเชื่อว่าตัวเองไร้ค่า

ในขณะที่ครูซึ่งเป็นคนที่มีหน้าที่สำคัญที่สุดบนโลกนี้เลยก็ว่าได้กลับต้องกลายเป็นฮีโร่ผู้ถูกใส่ร้าย ต้องทำงานอยู่ภายใต้ระบบที่ไม่มีทางเลือก ภายใต้หลักสูตรที่ออกแบบโดยคนที่อยู่ในกระทรวง คนที่ไม่เคยสอนใครเลยในชีวิต หมกมุ่นอยู่กับการสอบวัดผล และมีเงินเดือนแค่พออยู่ พอกิน เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่อาชีพครูก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าอาชีพหมอที่มีรายได้สูง และควรได้รับเงินมากเหมือน ๆ กัน เพราะเมื่อหมอสามารถผ่าตัดหัวใจเพื่อช่วยชีวิตเด็กได้ ครูที่ดีก็สามารถเข้าถึงหัวใจเด็กและทำให้เด็กใช้ชีวิตที่แท้จริงได้

ณ ตอนนี้เราต้องการ “คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่หุ่นยนต์ผีดิบ มีความคิดริเริ่ม เอาจริงเอาจัง พึ่งพาตัวเองได้ และมีความสามารถในการคิดเชื่อมโยง เป็นหน้าที่ที่เราต้องทำให้การศึกษาปรับแต่งได้ เหมือนกันระบบสุขภาพ รถยนต์ หรือรูปบน Facebook เลิกใช้วิชาบังคับ แต่ต้องเข้าถึงหัวใจเด็กทุกคน ให้ทุกพรสวรรค์ได้มีโอกาสที่เท่าเทียมกัน เช่น คณิตศาสตร์ก็สำคัญพอ ๆ กับศิลปะ

สิ่งที่เขากล่าวมานี้ไม่ใช่ความฝัน แต่เกิดขึ้นจริงแล้วในประเทศฟินแลนด์ ที่เด็กมีชั่วโมงเรียนน้อย ครูมีรายได้มาก เด็กไม่มีการบ้าน เน้นความร่วมมือแทนที่จะแข่งขันกัน แต่มีผลการศึกษาที่ทิ้งประเทศอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น และยังมีตัวอย่างในประเทศสิงคโปร์ที่มีการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างรวดเร็ว และยังมีแนวทางการให้การศึกษาแก่เด็กอีกหลากหลายวิธี เช่น Montessori หรือ Khan Academy เป็นต้น

โดยในตอนท้ายคลิปเขาได้กล่าวว่า “แม้เด็กจะเป็นเพียง 20 % ของประชากร แต่พวกเขาก็เป็น อนาคตของเรา 100 %  เราจึงต้องใส่ใจกับความฝันของพวกเขา เป็นความท้าทายที่ต้องทำให้ได้ แล้วปลาก็จะไม่ถูกบังคับให้ปีนต้นไม้อีกต่อไป”

ภาพและคลิปวิดีโอจาก Prince Ea “I just sued the school system” โพสต์โดย Life Uni