Wednesday, 19 February 2020

ผลศึกษาขอขึ้นเงินเดือนระหว่างชายหญิงในต่างประเทศ

06 Sep 2016
475

เรื่องราวการขอขึ้นเงินเดือนของผู้หญิงอาจไม่ได้เป็นประเด็นที่น่าสนใจหรือมีการพูดถึงกันมากนักในสังคมไทย แต่สำหรับในต่างประเทศแล้วมักมีการพูดถึงเรื่องนี้กันค่อนข้างมาก เนื่องจากค่าตอบแทนการทำงานของผู้ชายและผู้หญิงยังคงมีความเหลื่อมล้ำกันอยู่พอสมควร ทั้งนี้ได้มีนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ในต่างประเทศเกิดความสนใจในประเด็นเรื่องของการขอขึ้นเงินเดือนระหว่างพนักงานชายและพนักงานหญิง ว่าใครขอขึ้นเงินเดือนมากกว่ากัน แล้วบรรลุผลหรือไม่

นักวิจัยจาก Cass Business School มหาวิทยาลัยวอร์วิคและวิสคอนซิน ได้สำรวจข้อมูลจากพนักงานจำนวน 4,600 คน โดยการเปรียบเทียบพนักงานชายที่ทำงานเต็มเวลา (Full Time) และพนักงานหญิงที่ทำงานเต็มเวลา อีกทั้งยังได้เปรียบเทียบพนักงานชายที่ทำงานพาร์ทไทม์กับพนักงานหญิงที่ทำงานพาร์ทไทม์ด้วยเช่นกัน  พบว่า

การศึกษาครั้งใหม่ชี้ให้เห็นว่า ทฤษฎีที่ว่าผู้หญิงได้รับเงินเดือนน้อยกว่าผู้ชายเพราะว่าพวกเธอแสดงความแข็งกร้าวไม่มากพอ ในที่ทำงานนั้นไม่เป็นความจริง ทั้งนี้การศึกษาพบว่า ผู้หญิงมีการเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือนเท่ากับที่ผู้ชายมีการร้องขอ แต่ผู้หญิงมักมีโอกาสน้อยมากที่จะได้รับตามคำขอ โดยเมื่อทำการเปรียบเทียบกันดูแล้วพบว่า ผู้ชายมีโอกาสได้เพิ่มเงินเดือน 25 % หลังจากที่ร้องขอ

ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจไม่สนับสนุนหรือสอดคล้องกับทฤษฎีสงวนท่าทีของผู้หญิง หรือ reticent female theory ที่บอกว่าผู้หญิงมักเลี่ยงที่จะขอขึ้นเงินเดือน การศึกษายังสรุปด้วยว่า  ไม่มีหลักฐานใดที่สอดคล้องกับแนวความคิดที่ว่าผู้หญิงไม่เต็มใจที่จะเรียกร้องขอขึ้นเงินเดือน เนื่องจากพวกเธอเกรงว่าจะทำให้เจ้านายรู้สึกไม่พอใจหรือมองว่าพวกเธอแปลกแยกไปจากภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่มักเป็นที่รับรู้กันทั่วไปแต่อย่างใด

การศึกษาเรื่องนี้ทำการรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ปี 2013 ถึง 2014 จากการสำรวจพนักงานในออสเตรเลีย ทั้งนี้ออสเตรเลียถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีการรวบรวมสถิติพนักงานขอขึ้นเงินเดือนอย่างเป็นระบบและเหตุผลที่ว่าทำไมจึงขอหรือไม่ขอเพิ่มเงินเดือน

ศาสตราจารย์ แอนดริว ออสวอลด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวอร์วิคกล่าวว่า เขารู้สึกประหลาดใจกับการค้นพบดังกล่าว

 “ ข้อเท็จจริงที่ว่าผู้หญิงไม่เรียกร้องขอขึ้นเงินเดือนเท่ากับที่ผู้ชายขอ ถือว่าเป็นทฤษฎีที่มีการพูดถึงกันมาก เป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับผู้หญิงที่จะพูดหรือเชื่อ แต่หลักฐานทั้งหมดที่มีเป็นเรื่องราว คำบอกเล่า จึงยากที่จะทำการศึกษาเรื่องนี้อย่างเหมาะสมตามหลักการทางวิทยาศาสตร์”

เขากล่าวต่อไปด้วยว่า “ทางหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีผู้ชายที่ขอเพิ่มเงินเดือน แล้วไม่ได้รับเงินเดือนเพิ่ม อาจเก็บเรื่องนี้ไว้เพียงลำพัง โดยไม่ได้บอกใคร ในขณะที่ผู้หญิงมักจะบอกต่อให้คนอื่นรับรู้”

และศาสตราจารย์ออสวอลด์ได้แสดงทัศนะส่วนตัวว่า “ผมคิดว่า เราต้องยอมรับว่ามีองค์ประกอบบางอย่างของการเลือกปฏิบัติแบบบริสุทธิ์ (pure discrimination) ต่อผู้หญิงอยู่ด้วย”

อย่างไรก็ตาม การศึกษายังพบอีกด้วยว่า ความแตกต่างของอายุก็ถือเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญด้วยเช่นกัน โดยพบว่า พนักงานชายและหญิงที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี ที่ขอขึ้นเงินเดือนจะได้รับการขึ้นเงินเดือนในอัตราที่เท่ากัน ซึ่งนักวิจัยระบุว่า หมายความว่าพฤติกรรมการต่อรองเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

โดย ดร.อมานดา กูดอล จาก Cass Business School จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมทำการศึกษาเรื่องนี้ระบุว่า ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่าในทุกวันนี้จะสามารถเจรจาต่อรองขอขึ้นเงินเดือนได้เป็นผลสำเร็จมากกว่าผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า และอาจเป็นเช่นนี้ไปจนกระทั่งพวกเธอมีความอาวุโสมากขึ้น

 ที่มาข้อมูลจาก  http://www.bbc.com/news/business-37278170